Friday, August 31, 2012

[2371] เรื่องนี้มีชื่อว่า คน 4 คน


เรื่องนี้มีชื่อว่า คน 4 คน


**********
เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของคน 4 คน
ที่มีนามว่า ทุกคน” “บางคน
ใครซักคนและ ไม่มีใคร
เรื่องมีอยู่ว่า มีงานสำคัญงานหนึ่งที่จะต้องทำให้เสร็จ
"ทุกคนแน่ใจว่า บางคนจะทำ
ส่วน ใครซักคนควรจะทำให้เสร็จ แต่ ไม่มีใครทำ
บางคนโมโหเพราะเป็นงานของทุกคน
"ทุกคนคิดว่า ใครสักคนควรจะทำ
แต่ไม่มีใครระลึกได้ว่า ทุกคนไม่ได้ทำ
เรื่องนี้จบลงด้วยการที่ ทุกคนกล่าวโทษ บางคน
ในขณะที่ ไม่มีใครทำในสิ่งที่
ใครซักคนควรจะทำให้สำเร็จ

This is a little story about four people named Everybody,
Somebody, Anybody, and Nobody.
There was an important job to be done
and Everybody was sure that Somebody would do it.
Anybody could have done it, but Nobody did it.
Somebody got angry about that because it was Everybody’s job.
Everybody thought that Anybody could do it,
but Nobody realized that Everybody wouldn’t do it.
It ended up that Everybody blamed Somebody 
when Nobody did 
what Anybody could have done.

[2370] อ่านพระอภัยมณี ภาคภาษาอังกฤษ



สวัสดีครับ
สมัยผมเรียนอยู่ชั้นมัธยมผมอ่านบางส่วนของวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี  และเมื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็อ่านเรื่องนี้มากขึ้นแม้ว่าจะอ่านไม่จบเรื่อง  ผมคิดว่าผมแต่งกลอนแปดได้น่าจะเพราะอ่านวรรณคดีเรื่องนี้  มีหลายสิ่งที่ทำให้ผมชอบพระอภัยมณี  เช่น
-เนื้อเรื่องที่ไม่ธรรมดาซึ่งสะท้อนอัจฉริยะของผู้แต่งซึ่งเป็นสามัญชนคนธรรมดา  
-สำนวนกลอนแปดของสุนทรภู่ที่ไพเราะอ่อนหวานและติดดิน
ท่านผู้อ่านที่ไม่คุ้นเคยทั้งตัววรรณคดีและผู้แต่งวรรณคดีเรื่องนี้ ลองอ่านลิงค์ข้างล่างนี้ดูก่อนแล้วกันครับ

ชีวิตรันทด.....นางผีเสื้อยักษ์รักสลาย

บางวรรคทองจาก พระอภัยมณี

บัดเดี๋ยวดังหงั่งเหง่งวังเวงแว่ว
สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา
เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา
ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต

แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์
มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด
ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
 (พระฤาษีสอนสุดสาคร)

แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบ
ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา
รู้สิ่งไรไม่สู้รู้วิชา
รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
(พระฤาษีสอนสุดสาคร)

อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ
ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน
แค่องค์พระปฎิมายังราคิน
คนเดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา

เขาย่อมเปรียบเทียบความว่ายามรัก
แต่น้ำผักต้มขมชมว่าหวาน
ครั้นรักจางห่างเหินไปเนิ่นนาน
แต่น้ำตาลว่าเปรี้ยวไม่เหลียวแล

 (ตอน พระอภัยมณีเกี้ยวนางละเวง ได้ถูกนำไปดัดแปลงเล็กน้อยกลายเป็นเพลง "คำมั่นสัญญา")

ในวันนี้ผมขอนำเอาเรื่องพระอภัยมณี ที่พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร ทรงแปลเป็นภาษาอังกฤษมานำเสนอ เมื่อท่านผู้อ่านได้รับความเพลิดเพลินจากวรรณรสในภาษาไทยแล้ว   ก็ลองมาฝึกอ่านภาษาอังกฤษจากเรื่องนี้  ซึ่งเป็นการฝึก reading ง่าย ๆ ครับ

The Story of Phra Abhai Mani
ถ้าต้องการดาวน์โหลด The Story of Phra Abhai Mani
ก็คลิกลิงค์นี้ครับ

พิพัฒน์


Tuesday, August 28, 2012

[2369] สองข่าวนี้ท่านอ่านแล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ?


สวัสดีครับ  
สองข่าวนี้ท่านอ่านแล้วรู้สึกยังไง?

[1]
ชายไทยนอกใจคนรักมากที่สุดในโลก ส่วนหญิงไทยนอกใจติดอันดับ 2 ของโลก


Thais top the infidelity charts
นร.ไทยไอคิวต่ำกว่าเกณฑ์สากล
http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/news/30178



Falling IQs among Thai Children

พิพัฒน์

Sunday, August 26, 2012

[2368] แด่ ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์



สวัสดีครับ
การเสียชีวิตของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เป็นการสูญเสียอย่างยิ่งใหญ่แห่งกวีพิภพ
ท่านเพียงพิมพ์ชื่อของท่าน
อังคาร กัลยาณพงศ์
Angkarn Kalayanapong
เข้าไปใน Google เรื่องราวของท่านมากมายก็จะปรากฏต่อสายตา
หลายคนอาจจะประทับใจในบทกวีของท่านต่างบทกันไป แต่สำหรับผม กวีบทนี้ครับที่สะดุดใจผมตั้งแต่สมัยเมื่อเป็นหนุ่มใหม่ ๆ  อ่านเพียงเที่ยวเดียวจำได้ตลอดไป

ใครดูถูกดูหมิ่นศิลปะ อนารยะไร้สกุลสถุลสัตว์
ราวลิงค่างเสือสางกลางป่าชัฏ ใจมืดจัดกว่าน้ำหมึกดำ
เพียงกินนอนสืบพันธุ์นั้นฤา ชื่อว่าสิ่งประเสริฐเลิศล้ำ
หยาบยโสกักขฬะอธรรม เหยียบย่ำทุกหย่อมหญ้าสาธารณ์
ภพหน้าอย่ามีรูปมนุษย์ จงผุดเกิดในร่างดิรัจฉาน
หน้าติดดินกินขี้เลื้อยคลาน ทรมานทุกข์ร้อนร้ายนิรันดร์เอย ฯ

ขอเชิญชมวีดิโอ 2 คลิปนี้ที่พูดถึงท่าน อังคาร กัลยาณพงศ์

ศึกษาเพิ่มเติม:
จาก Bangkok Post: Beloved artist Angkarn dies at 86

พิพัฒน์

[2367] แอปพลิเคชั่นสำหรับสวดมนต์บนโทรศัพท์หรือแทปเลต Android



ผมไปเจอลิงค์นี้โดยบังเอิญ โดยเขาบอกว่า

 “แนะนำ แอปพลิเคชั่นสำหรับสวดมนต์บนโทรศัพท์หรือแทปเลต Android”
 ท่านใดสนใจลองเข้าไปดูได้เลยครับ
http://tinyurl.com/9cvexgn

[2366] ชมรายการ English Breakfast (2)



สวัสดีครับ

เช้าวันนี้ผมเปิดโทรทัศน์พลิกไปที่ช่อง PBS เจอพี่นุ้ยอธิบายศัพท์ภาษาอังกฤษ 3 คู่ คือ relieve-relief, believe-belief, advise-advice เห็นว่าน่าสนใจดี ผมก็เลยพิมพ์ศัพท์ 3 คู่นี้ลงไปใน Google ผลที่ Google แสดงมีหลายลิงค์ที่น่าสนใจ
คลิก: relieve-relief, believe-belief, advise-advice
เช่น 3 ลิงค์นี้ของพี่นุ้ย

รวมไปถึงหลายช่องทางในรายการ English Breakfast  คือ....

[1] ติดตามชมรายการ English breakfast ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 9.00 น. ทางไทยพีบีเอส  หรือรับชมทีวีออนไลน์ทาง
[2] ชมรายการ English Breakfast  ย้อนหลัง online ที่ลิงค์นี้
[3] ชมรายการ English Breakfast  ย้อนหลัง ผ่าน YouTube
***http://www.youtube.com/playlist?list=PLE547DF663C4821A8&feature=plcp
[4] บทความ และ Script รายการ English Breakfast
พิพัฒน์

Saturday, August 25, 2012

[2365]เจอคนให้คุย – เจอหนังสือให้อ่าน


สวัสดีครับ

ผมได้ยินคนพูดและบ่นมามากแล้ว ว่า...

-ไม่เคยเรียนเมืองนอก ไม่ได้เรียนกับฝรั่ง

-ไม่ได้พูดบ่อย  ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษในการทำงาน

-ไม่ได้เข้าคอร์ส conversation, หรือหลายปีจะได้เข้าสัก 1 คอร์ส

มันก็เป็นธรรมดาที่จะพูดฝรั่งไม่ได้,  หรือพูดได้ติดขัดอย่างยิ่ง, จึงไม่อยากพูด, ไม่ยอมพูด, และไม่พูดเด็ดขาด



ถ้าท่านอายุยังน้อย, ยังเรียนไม่จบ, หรือเรียนจบแล้ว กำลังหางานทำ, หรือเพิ่งทำงานได้ไม่นาน แต่ขณะนี้สนใจภาษาอังกฤษแต่เพียงเบาบาง  ท่านอาจจะต้องมีภาระหนักหน่อยในอนาคตในการฟิตภาษาอังกฤษ  เมื่อถึงวันอันจำเป็น



เมืองไทยยุคนี้ ภาษาอังกฤษเป็น a must-have ไปซะแล้ว ทุกคนต้องมี,  มีเพื่อการงาน,  มีเพื่อการหาความรู้, มีเพื่อมิตรภาพกับคนไกล-คนต่างชาติต่างภาษา, มีเพื่อเปิดหูเปิดตาแม้ไม่ได้ก้าวขาออกจากบ้าน, และมีเพื่ออะไรต่ออะไรอีกเยอะแยะ


เมื่อมันเป็น a must-have ที่ต้องมีเพื่อสื่อสารโดยการพูดหรือเขียน แต่ท่านไม่สามารถที่จะ have มันได้ โดยอ้างสาเหตุตามที่ไฮไลต์สีชมพูข้างบน ท่านจะทำยังไง?


ผมเคยให้ความเห็นมาหลายครั้งแล้ว และก็ขอพูดซ้อีกครั้ง

คือทักษะในภาษาอังกฤษมี 2 ประเภท
คือ 1 active skill ทักษะที่แสดงออกไปให้คนอื่นได้ยิน (คือพูด) และให้เขาอ่าน (คือเขียน)
และ 2 passive skill คือทักษะที่เข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูด (คือฟัง) และสิ่งที่คนอื่นเขียน (คืออ่าน)

คนที่อยู่ในประเทศที่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติหรือเป็นภาษาทางการ เขาก็ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งฟัง – พูด – อ่าน – เขียน เป็นปกติ  แต่ประเทศอื่นที่ใช้แต่ภาษาแม่ของตน นาน ๆ จะใช้ภาษาอังกฤษสักทีก็คงไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วถูกต้อง นี่เรื่องธรรมดาครับ

แต่เมื่อโลกมาถึงยุคที่ภาษาอังกฤษเป็น world language อันดับ 1 ของโลกมีคนพูดกว่า 1,800 ล้านคน เราคนไทยอยู่ในประเทศที่คนทั้งโลกรู้จักและอยากมาเที่ยว ถ้าพูดภาษาอังกฤษได้ก็คงจะดีไม่น้อย แต่ถ้าพูดไม่ได้ก็คงจะแย่ไม่น้อย

ครูบาอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำมากมายเกี่ยวกับการเก่งภาษาอังกฤษ  ท่านลองเข้าไปที่ Google และพิมพ์คำว่า   วิธีเก่งภาษาอังกฤษ
Google  ก็จะบอกเลยว่า มี “ผลการค้นหาประมาณ 3,050,000 รายการ” แสดงว่าคนที่สนใจเรื่องนี้มีมากจริง ๆ

สำหรับผมซึ่งไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญอะไรเลย ขอจอยน์ด้วยคน โดยให้ความเห็นง่าย ๆ สั้น ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า
เจอคนให้คุย – เจอหนังสือให้อ่าน
เรามีโอกาสฝึกคุยน้อย แต่โอกาสฝึกอ่านมีเยอะ การอ่านจะช่วยให้เรารู้ศัพท์, รู้สำนวน, รู้ลีลาของภาษาที่สังเกตได้จากการอ่าน, รู้เกร็ดและสาระที่จำไปใช้พูด, และรู้อะไรต่ออะไรอีกมากมาย

ถ้าการคุยกับฝรั่งหรือกับคนต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษ เหมือนกับนักมวยขึ้นชกบนเวที การฝึกอ่านก็คือการซ้อมนั่นแหละครับ นักมวยที่อ่อนซ้อม หรือไม่ยอมซ้อมเลย ยากครับที่จะชนะ หรือไม่มีทางเลยที่จะชนะ  เรื่องอย่างนี้ไม่ต้องบอกท่านก็คงพอเดาได้  

ผมขอพูดว่า คนไทยจำนวนไม่น้อยที่อยากพูดภาษาอังกฤษได้(แต่ไม่ค่อยเจอคนให้คุยด้วย) แต่ทำตัวเหมือนนักมวยที่ขี้เกียจซ้อม พอถึงเวลาชก( คือต้องพูดจริงๆ) ก็แพ้ครับ มันแน่อยู่แล้ว

ผมขอแนะนำเว็บง่าย ๆ ให้ท่านที่ต้องการพูดเก่ง ได้
-ฝึกซ้อมพูดผ่านตา (คืออ่าน),
-ฝึกซ้อมพูดผ่านมือ (คือเขียน),
-ฝึกซ้อมพูดผ่านหู (เหมือนกำลังฟังเสียงคู่สนทนาพูด) 
-และฝึกอ่านดัง ๆ บ้างโดยไม่ต้องมีคนฟัง
จากเว็บข้างล่างนี้ที่ผมคัดเลือกมาแล้วว่าง่าย ผมเชื่อจริง ๆ ว่า คนที่ฝึกจริงก็จะได้รับผลจริง, คนที่ฝึกอย่างใจเย็นก็จะเย็นใจเมื่อได้ฝึก, คนที่ฝึกอย่างใจร้อนก็จะร้อนใจเมื่อได้ฝึก, คนที่ไม่ยอมแพ้ก็จะไม่แพ้

ขอเชิญและขออวยพรด้วยใจจริงครับ...
ดาวน์โหลดหนังสือ outside reading ระดับมัธยม ไปฝึกอ่าน

[2364] วิธีการ Download และ ติดตั้ง Application เพิ่มเติมลงใน Tablet OTPC

เรียนรู้วิธีการ Download และ ติดตั้ง Application เพิ่มเติมลงใน Tablet ทีละขั้นตอน เข้าใจง่าย 
Tablet ตามโครงการ "One Tablet per Child : OTPC"

[2363] โปรแกรมแปลงไฟล์ mp4, flv เป็น mp3, รวมไฟล์ mp3



สวัสดีครับ
บางท่านดาวน์โหลดไฟล์วีดิโอ mp4 หรือ flv มาจาก YouTube และต้องการแปลงให้เป็นไฟล์เสียง mp3 เพื่อพกไปฟังขณะเดินทาง 

ก็ทำได้ง่าย ๆ ครับ คือใช้โปรแกรม YTD Video Downloader
คลิกดาวน์โหลด:

โปรแกรม YTD Video Downloader นี้นอกจากใช้สำหรับแปลงไฟล์เป็น mp3 แล้ว ยังสามารถใช้ดาวน์โหลดคลิปวีดิโอจาก YouTube ได้ดีมาก ๆ อีกด้วย

และถ้าท่านต้องการรวมหลายไฟล์ mp3 เป็นไฟล์เดียวกัน ก็ใช้โปรแกรม Mp3 Merger ที่นี่ครับ

แต่ถ้าเครื่องคอมฯ ของท่านใช้ OS Windows 7 ก็ใช้เลือกโปรแกรมรวมไฟล์ mp3 ข้างล่างนี้ครับ

พิพัฒน์

[2362] ดาวน์โหลดโปรแกรมอ่านออกเสียง Balabolka



สวัสดีครับ
ตัวช่วยในการอ่านออกเสียงประโยค หรือข้อความภาษาอังกฤษ ที่ผมเคยแนะนำในบล็อกนี้ มีดังนี้
[1] อ่านผ่านเว็บขณะต่อเน็ต online
แนะนำไว้ที่ 2 ลิงค์นี้
[2] โปรแกรมอ่านออกเสียงเป็นภาษาอังกฤษ – ท่านต้องดาวน์โหลด และติดตั้งในเครื่องคอมฯ ของท่าน
ได้แนะนำไว้ที่นี่

วันนี้ผมขอแนะนำเพิ่มอีก 1 โปรแกรม คือ โปรแกรม  Balabolka
คลิกดาวน์โหลด: http://www.mediafire.com/?rkay88ll8cbr0aq
ข้อเด่นของโปรแกรมนี้คือ สามารถ save เสียงที่อ่านนี้เป็นไฟล์ mp3 ได้, จึงสะดวกที่จะใส่เครื่องฟังพกไปฟังในที่ต่าง ๆ ได้

หมายเหตุ: มีบางเครื่องคอมฯที่โปรแกรมนี้มันใช้ไม่ได้   ถ้าท่านโชคร้ายคอมฯของท่านใช้โปรแกรมนี้ไม่ได้ ลองถามช่างคอมฯ ให้ช่วยแก้ไขแล้วกันครับ  ผมเองไม่มีความรู้ในเรื่องเทคนิคคอมฯ จึงให้คำแนะนำไม่ได้ รู้แต่ว่าโปรแกรม text-to-speech Balabolka คุณภาพพอใช้ได้ จึงนำมาแนะนำครับ

พิพัฒน์

Friday, August 24, 2012

[2361] แหล่งช่วยครูเตรียมการสอนภาษาอังกฤษ englishbanana.com




สวัสดีครับ
ที่เว็บนี้
มีเนื้อเรื่องมากมายที่ช่วยแบ่งเบาภาระของครูในการเตรียมการสอนภาษาอังกฤษ
ยกตัวอย่างลิงค์นี้
ซึ่งมีไฟล์ pdf หรือไฟล์ WORD สั้น ๆ จำนวน 3253 หัวข้อ ให้ครูเลือกหยิบไปสอนได้ตามความเหมาะสม

และยังมีอีกเยอะข้างล่างนี้ ขอชวนคุณครูทุกท่านลองเข้าไปดูครับ น่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย
Download all EB Books 
  
 พิพัฒน์

Wednesday, August 22, 2012

[2360] อ่านหนังสือนอกเวลามีประโยชน์มหาศาล (เชิญดาวน์โหลด)


สวัสดีครับ
ข้อที่ทุกคนยอมรับตรงกันก็คือ ภาษาอังกฤษสำคัญ ควรฝึกให้เก่ง แต่ข้อที่ทุกคนอาจจะเห็นไม่ค่อยตรงกันนักก็คือ จะฝึกยังไงให้เก่ง เน้นอะไรก่อน-หลัง, มาก-น้อย,หนัก-เบา

สำหรับผมซึ่งเป็นคนไทยที่ไม่ได้เรียนเมืองนอก เห็นว่า การฝึกอ่านเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่ควรฝึกไม่น้อยกว่าอย่างอื่น ไม่หลังอย่างอื่น และฝึกไม่เบากว่าอย่างอื่น ถ้าอ่านเก่ง อ่านเข้าใจ อ่านได้ไม่ช้า ก็จะช่วยฉุดให้การฟัง การพูด และการเขียน เก่งขึ้นด้วย

แต่จะฝึกอ่านยังไงให้อ่านเก่ง คำแนะนำที่ผมมักให้บ่อย ๆ ก็คือ อ่านเรื่องที่ชอบ เรื่องที่ไม่ยาก-ไม่ยาวเกินไป เพื่อจะได้มีกำลังใจบ้างว่าอ่านรู้เรื่องและอ่านจบ เมื่อแรงอยู่ตัวก็ฝึกอ่านยาวขึ้น ยากขึ้น นานขึ้น  พูดอย่างนี้ก็คือให้ท่านไปหาเรื่องอ่านเอาเองที่เหมาะกับท่าน

ในกรณีที่ท่านไม่มีเวลาไปหาเรื่องที่ว่านี้ให้เหมาะใจ  ผมขอแนะนำให้ท่านอ่านหนังสือพวก story ต่าง ๆ หนังสือพวกนี้สมัยที่ผมเป็นนักเรียนเขากำหนดให้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา แต่บ่อย ๆ ที่ครูก็เอามาสอนในชั้น

หนังสือพวกนี้ ใช้ศัพท์และภาษาง่าย ๆ ตอนอ่านท่านอย่ากะเพียงให้อ่านรู้เรื่อง แต่ควรสังเกตการใช้ศัพท์และการผูกประโยคด้วย ถ้าท่านฝึกอ่านออกเสียงตามด้วยเป็นครั้งเป็นคราว หรือเมื่ออ่านจบหน้าหนึ่ง ตอนหนึ่ง บทหนึ่ง ลองหัดเล่าเรื่องที่อ่าน ด้วยการพูดเสียงดัง ๆ เล่าออกมา หรือเขียนลงสมุด จะ copy สำนวนจากเรื่องที่อ่าน หรือจะใช้สำนวนของตัวเองก็ได้ ครั้งแรกอาจจะฝืดและทุรกันดาร  แต่ถ้าฝึกบ่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ ด้วยใจเย็น ก็จะทำได้ดีขึ้น เหมือนเดินทาง  ถ้าเดินไม่หยุดก็จะค่อย ๆ ถึงที่หมาย แม้อาจไม่เชื่อว่าตัวเองจะเดินถึง

หนังสือที่ว่านี้ ดาวน์โหลดได้ที่ 3 ลิงค์ข้างล่างนี้ครับ



พิพัฒน์

Tuesday, August 21, 2012

[2359] นักโทษประหาร


ผมดูคลิปวีดิโอนี้แล้วก็อดนึกไม่ได้ว่า 
แท้จริงแล้วเราทุกคนล้วนเป็นนักโทษประหาร
ต่างกันเพียงว่า เราถูกประหารด้วยโรค ด้วยอุบัติเหตุ ด้วยความแก่ หรือด้วยอะไรก็ตาม
.... มันก็คือการถูกประหาร
ส่วนสถานที่ที่ถูกประหารนั้น แม้จะเป็นที่โรงพยาบาล บนท้องถนน ที่บ้าน หรือที่ใดก็ตาม
...มันก็คือที่ประหารอยู่นั่นเอง
คำถามก็คือ...
 ก่อนที่ชีวิตยังไม่ประหารเรา เรากำลังทำอะไรอยู่ให้คุ้มค่ากับการมีชีวิต

video

Monday, August 20, 2012

[2358] แนะนำ Apps สำหรับ iPhone, iPad, Android



สวัสดีครับ

ทุกอย่างที่นำมาแนะนำในบล็อกนี้ ผมจะต้องอ่าน ต้องดู ต้องชม ต้องเล่น ต้องใช้ด้วยตัวเองก่อนทั้งสิ้น ไม่มากก็น้อย เมื่อเห็นว่ามีคุณภาพระดับพอใช้ได้ขึ้นไปจึงนำมาแนะนำ


แต่ผมไม่ได้แนะนำอะไรเลยเกี่ยวกับ Apps สำหรับ iPhone, iPad หรือ Android ที่ไม่ได้แนะนำก็เพราะว่าผมไม่มีของพวกนี้ใช้ ผมมีแต่ Desktop และ Notebook สำหรับใช้งาน


ผมเห็นรุ่นน้องหลายคนใช้ของพวกนี้ ก็ชักรู้สึกว่าตัวเองแก่


วันนี้ผมขอเป็นคนแก่ใจกล้าแนะนำเกี่ยวกับของที่ตัวเองไม่เคยใช้ คือ Apps สำหรับ iPhone, iPad, Android ซึ่งอาจจะมีประโยชน์บ้าง


Apps สำหรับ iPhone:
http://www.iphoneapps-home.com/applications.html

Apps สำหรับ iPad: 
http://www.ipadapps-home.com/applications.html
Apps สำหรับ  Android: 
http://www.androidapps-home.com/applications.html

วิธีเข้าไปหา Apps ที่ท่านต้องการ ทุกเว็บ ทำเหมือนกันหมด คือ
1.พิมพ์คำค้นลงในช่อง Search ที่มุมบนขวา (และ Enter)
[หรือ คลิกเลือกปุ่มใต้คำว่า Categories ที่คอลัมน์ซ้ายมือ]
2.ที่บรรทัด Language คลิก English
3.ที่บรรทัด Price คลิก free
4.ดาวน์โหลด Apps ฟรี ที่ท่านชอบ
เพียงแค่นี้ ท่านก็จะได้ Apps ที่ท่านต้องการมาใช้ฟรี ๆ  

ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านดูเล็กน้อย ข้างล่างนี้ครับ
Apps สำหรับ iPhone
Longdo Dict
Oxford Advanced Learner’s Dictionary
English Thai dictionary
Webster dictionary
BBC
Books
Bangkok Post for iPhone



Apps สำหรับ iPad
Longdo dict
Webster Dictionary
English Thai dictionary
Thai
Bangkok Post for iPad
iT-iDhamma-HD โดยท่าน ว.วชิรเมธี
เฉพาะ Apps สำหรับ iPad นี้เขามีข้อความบอกไว้ว่า 
 Note : All the applications found here are in High Resolution and dedicated to iPad only. But you can still download applications made especially for iPhone into your iPad with a downgraded graphical quality,click here. 
หมายเหตุ: Apps ทั้งหมดในที่นี่เป็น High Resolution ทำขึ้นมาสำหรับ iPad โดยเฉพาะ แต่ท่านก็ยังสามารถดาวน์โหลด Apps ที่ทำสำหรับ iPhone มาใช้ใน iPad ชองท่าน แต่คุณภาพของกราฟิกจะลดลงไป คลิกที่นี่   


สำหรับ Android มีอีก 1 เว็บที่น่าสนใจ  
เมื่อเข้าไปแล้ว ให้ท่าน 1.
1.พิมพ์ key word สำหรับค้นลงไปในช่อง FIND SOFTWARE, Enter 2.
2.ที่ใต้บรรทัด By Price ให้คลิกเลือก Free 

ยกตัวอย่าง เช่น
ท่านใดใช้แล้วได้ผลเป็นยังไง เล่าให้ฟังบ้างนะครับ
 พิพัฒน์

[2357] ฝึกจับผิดแกรมมาร์คนอื่น ก็จะไม่ผิดแกรมมาร์เอง (หนังสือ Sentence Correction Tests)



สวัสดีครับ
คนรู้แกรมมาร์ดี พอถึงเวลาเขียนหรือพูดก็ยังผิดแกรมมาร์ วิธีแก้ไขที่ได้ผลวิธีหนึ่งก็คือให้ตรวจประโยคที่คนอื่นเขียนผิดแกรมาร์ว่ามันผิดตรงไหน แล้วดูเทียบกับเฉลยว่าสามารถจับผิดได้หรือเปล่า ถ้าฝึกอย่างนี้บ่อย ๆ พอถึงเวลาที่ต้องพูดหรือเขียนก็จะผิดแกรมมาร์น้อยลง

หนังสือ Sentence Correction Tests ก็มีวัตถุประสงค์ให้ท่านฝึกทำนองนี้แหละครับ
ผมลองทำดูแล้ว ผมว่าข้อที่ดีมากของหนังสือเล่มนี้คือ ไม่ได้บอกหัวข้อของแกรมมาร์ที่จะทดสอบ คือให้ผู้ทำดูเอาเอง แถมบางข้อยังหลอกอีกด้วย คือ ประโยคที่ให้มาถูกต้องแล้ว ไม่มีตรงไหนผิด
สำหรับคนที่ไม่แม่นแกรมมาร์ ถ้าอ่านประโยคในโจทย์เผิน ๆ จะรู้สึกว่าไม่เห็นจะผิดตรงไหนเลย โจทย์แบบนี้แหละครับ ท้าทายดี

อ่านคำแนะนำ:

ดาวน์โหลด:
ขนาด 68 M: http://www.mediafire.com/?cuth3dez62yqdks  (password ตอนแตกไฟล์ rar คือ englishtips.org)


พิพัฒน์

Saturday, August 18, 2012

[2356] โปรแกรมอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ ทั้งต่อเน็ต และไม่ต่อเน็ต



สวัสดีครับ
โปรแกรมอ่านข้อความภาษาอังกฤษออกมาเป็นเสียงให้เราฝึกฟังนี้ แม้เสียงจะไม่ได้เป็นเสียงคน 100 % แต่มันก็พอใช้ฝึกฟังได้ครับ
มีทั้งแบบที่ฟังผ่านเว็บขณะต่อเน็ต  ผมเคยแนะนำไว้ที่นี่   [1795] เว็บอ่านออกเสียงประโยคภาษาอังกฤษ
และเป็นโปรแกรมให้ท่านดาวน์โหลดไปติดตั้งลงเครื่องคอมฯ และใช้งานได้โดยไม่ต้องต่อเน็ต ที่นี่   [129] โปรแกรมอ่านออกเสียง ภาษาอังกฤษ ฟรี !  
และขอแถมอีก 1 โปรแกรม ที่นี่: http://www.mediafire.com/?wb888f3788ivbgy  {แปลกมากครับโปรแกรมนี้ ผมใช้กับคอมฯเครื่องแรกได้ แต่กับคอมฯอีกเครื่องหนึ่งใช้ไม่ได้ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร}

แต่เท่าที่ผ่านมา สำหรับผม การใช้โปรแกรม (เรียกว่า Test-to-Speech)และเว็บพวกนี้ต้องใจเย็นสักหน่อย เพราะหลายครั้งมันก็เกเรและเรื่องมาก ใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง หรืออ่านให้เราได้ไม่กี่ประโยค  ถ้าจะให้อ่านยาว ๆ เราต้องเสียเงินเพิ่ม หรือบางโปรแกรมที่ฟรีและไม่เรื่องมากก็มักมีเสียงอ่านฟังไม่ได้เลย คือเป็นเสียงภาษาอังกฤษสำเนียงมนุษย์ต่างดาวที่เรายังไม่จำเป็นต้องฝึกให้คุ้นเคยตอนนี้ก็ได้  สรุปก็คือ บริการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษที่ผมเคยใช้บริการมา ยังไม่ค่อยสมใจนัก

แต่วันนี้ผมเจอเว็บอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ 1 เว็บ และจากที่ลองใช้งานรู้สึกน่าใช้ เพราะอ่านชัดพอสมควร ใช้ง่าย ไม่เรื่องมาก จึงขอแนะนำครับ
เว็บนี้ครับ  www.microsofttranslator.com  

ท่านที่คุ้นเคยกับเว็บนี้มาก่อน อาจจะเคยใช้บริการแปลภาษา อังกฤษ-ไทย, ไทย-อังกฤษ ที่นี่

สำหรับวันนี้ผมไม่ขอแนะนำเรื่องการแปลของเว็บนี้ เพราะเห็นว่าคุณภาพการแปลยังใช้ไม่ได้ แต่ขอแนะนำให้ท่านใช้เว็บนี้อ่านภาษาอังกฤษให้ท่านฟัง 

วิธีใช้งานเว็บ ทำง่าย ๆ อย่างนี้ครับ
1.ไปที่เว็บนี้  www.microsofttranslator.com  
2.พิมพ์หรือ paste ข้อความภาษาอังกฤษใส่ลงไป
3.ที่ช่อง Translate from: ให้คลิกเลือก Thai (ครับ แม้ข้อความที่ใส่ลงไปจะเป็นภาษาอังกฤษ นั่นแหละครับ)
4.ที่ช่อง Translate to: ให้คลิกเลือก English
5.คลิกที่ Translate สีส้ม
6.ในช่องสี่เหลี่ยมทั้งด้านซ้ายและขวา จะมีข้อความภาษาอังกฤษที่ท่านใส่ลงไป, ให้ท่านเลื่อนลงมาจนถึงใต้บรรทัดล่างสุดของสี่เหลี่ยมด้านขวา, และคลิกที่ไอคอนรูปลำโพง (speak this translation)
7.ท่านจะได้ยินเสียงอ่านภาษาอังกฤษตั้งแต่คำแรกจนถึงคำสุดท้าย

จากการลองใช้พบว่า  ถ้าใช้ browser Internet Explorer (IE) เว็บจะอ่านให้ฟังสั้น ๆ ผมเลยลองใช้ Browser Firefox และ Browser Google Chrome ปรากฏว่าเว็บอ่านข้อความให้จนครบ แต่รู้สึกว่า Browser Google Chrome จะดีที่สุด เพราะเสียงดังฟังชัดและไม่สะดุดเลย

ถ้าท่านต้องใช้ทั้ง 2 Browser นี้ เชิญดาวน์โหลดได้เลยครับ

สำหรับท่านอาจารย์ที่ต้องการดาวน์โหลดเสียงอ่านไว้เพื่อใช้สอนนักเรียน ท่านสามารถทำได้โดยใช้โปรแกรม  Freecorder Toolbar (ขนาด 11.63 MB) คลิกดาวน์โหลด

หวังว่าเครื่องมือวันนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่ต้องการพัฒนา  listening  skill นะครับ

พิพัฒน์

[2356] โปรแกรมอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ ทั้งต่อเน็ต และไม่ต่อเน็ต



สวัสดีครับ
โปรแกรมอ่านข้อความภาษาอังกฤษออกมาเป็นเสียงให้เราฝึกฟังนี้ แม้เสียงจะไม่ได้เป็นเสียงคน 100 % แต่มันก็พอใช้ฝึกฟังได้ครับ
มีทั้งแบบที่ฟังผ่านเว็บขณะต่อเน็ต  ผมเคยแนะนำไว้ที่นี่   [1795] เว็บอ่านออกเสียงประโยคภาษาอังกฤษ
และเป็นโปรแกรมให้ท่านดาวน์โหลดไปติดตั้งลงเครื่องคอมฯ และใช้งานได้โดยไม่ต้องต่อเน็ต ที่นี่   [129] โปรแกรมอ่านออกเสียง ภาษาอังกฤษ ฟรี !  
และขอแถมอีก 1 โปรแกรม ที่นี่: http://www.mediafire.com/?wb888f3788ivbgy  {แปลกมากครับโปรแกรมนี้ ผมใช้กับคอมฯเครื่องแรกได้ แต่กับคอมฯอีกเครื่องหนึ่งใช้ไม่ได้ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร}

แต่เท่าที่ผ่านมา สำหรับผม การใช้โปรแกรม (เรียกว่า Test-to-Speech)และเว็บพวกนี้ต้องใจเย็นสักหน่อย เพราะหลายครั้งมันก็เกเรและเรื่องมาก ใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง หรืออ่านให้เราได้ไม่กี่ประโยค  ถ้าจะให้อ่านยาว ๆ เราต้องเสียเงินเพิ่ม หรือบางโปรแกรมที่ฟรีและไม่เรื่องมากก็มักมีเสียงอ่านฟังไม่ได้เลย คือเป็นเสียงภาษาอังกฤษสำเนียงมนุษย์ต่างดาวที่เรายังไม่จำเป็นต้องฝึกให้คุ้นเคยตอนนี้ก็ได้  สรุปก็คือ บริการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษที่ผมเคยใช้บริการมา ยังไม่ค่อยสมใจนัก

แต่วันนี้ผมเจอเว็บอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ 1 เว็บ และจากที่ลองใช้งานรู้สึกน่าใช้ เพราะอ่านชัดพอสมควร ใช้ง่าย ไม่เรื่องมาก จึงขอแนะนำครับ
เว็บนี้ครับ  www.microsofttranslator.com  

ท่านที่คุ้นเคยกับเว็บนี้มาก่อน อาจจะเคยใช้บริการแปลภาษา อังกฤษ-ไทย, ไทย-อังกฤษ ที่นี่

สำหรับวันนี้ผมไม่ขอแนะนำเรื่องการแปลของเว็บนี้ เพราะเห็นว่าคุณภาพการแปลยังใช้ไม่ได้ แต่ขอแนะนำให้ท่านใช้เว็บนี้อ่านภาษาอังกฤษให้ท่านฟัง 

วิธีใช้งานเว็บ ทำง่าย ๆ อย่างนี้ครับ
1.ไปที่เว็บนี้  www.microsofttranslator.com  
2.พิมพ์หรือ paste ข้อความภาษาอังกฤษใส่ลงไป
3.ที่ช่อง Translate from: ให้คลิกเลือก Thai (ครับ แม้ข้อความที่ใส่ลงไปจะเป็นภาษาอังกฤษ นั่นแหละครับ)
4.ที่ช่อง Translate to: ให้คลิกเลือก English
5.คลิกที่ Translate สีส้ม
6.ในช่องสี่เหลี่ยมทั้งด้านซ้ายและขวา จะมีข้อความภาษาอังกฤษที่ท่านใส่ลงไป, ให้ท่านเลื่อนลงมาจนถึงใต้บรรทัดล่างสุดของสี่เหลี่ยมด้านขวา, และคลิกที่ไอคอนรูปลำโพง (speak this translation)
7.ท่านจะได้ยินเสียงอ่านภาษาอังกฤษตั้งแต่คำแรกจนถึงคำสุดท้าย

จากการลองใช้พบว่า  ถ้าใช้ browser Internet Explorer (IE) เว็บจะอ่านให้ฟังสั้น ๆ ผมเลยลองใช้ Browser Firefox และ Browser Google Chrome ปรากฏว่าเว็บอ่านข้อความให้จนครบ แต่รู้สึกว่า Browser Google Chrome จะดีที่สุด เพราะเสียงดังฟังชัดและไม่สะดุดเลย

ถ้าท่านต้องใช้ทั้ง 2 Browser นี้ เชิญดาวน์โหลดได้เลยครับ

สำหรับท่านอาจารย์ที่ต้องการดาวน์โหลดเสียงอ่านไว้เพื่อใช้สอนนักเรียน ท่านสามารถทำได้โดยใช้โปรแกรม  Freecorder Toolbar (ขนาด 11.63 MB) คลิกดาวน์โหลด

หวังว่าเครื่องมือวันนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่ต้องการพัฒนา  listening  skill นะครับ

พิพัฒน์

[2355] ศึกษาศัพท์และวลีในสต็อก ฝึกไว้พูดและเขียนให้ได้ดังใจ



สวัสดีครับ

โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่า คนสนใจเรื่องการฝึกเขียนภาษาอังกฤษน้อยกว่าการฝึกพูดและฝึกอ่าน ทั้ง ๆ ที่การเขียนก็เป็นเรื่องที่ควรฝึกมากพอ ๆ กัน

สมัยเป็นนักศึกษาผมเคยเรียนวิชาการประพันธ์กับ ดร.เสรี วงษ์มณฑา สิ่งที่ท่านสอนส่วนใหญ่ก็ลืมไปหมดแล้ว จำได้อยู่ประโยคเดียวคือท่านบอกว่า ภาษาเขียนที่ดีจะต้อง ชัดเจน กระชับ และสวยงาม ตอนนั้นท่านไม่ได้บอกว่า 3 อย่างนี้อย่างใดต้องมาก่อนมาหลังหรืออะไรสำคัญกว่า แต่ถ้าให้ผมตัดสินตอนนี้ก็ขอเรียงอย่างนี้แหละครับ คือ

(1) ชัดเจน - คือเขียนออกไปแล้วอย่าให้คนอ่านเข้าใจคลุมเครือหรือเข้าใจผิด

(2) กระชับ – อย่าให้คนอ่านเสียเวลาโดยไม่จำเป็นกับถ้อยคำที่เยิ่นเย้อ เนื้อน้อย น้ำเยอะ และ

(3) สวยงาม – คือนอกจากทำให้ผู้อ่านเข้าใจแล้ว ถ้าสามารถเขียนให้ผู้อ่านจับใจ กินใจ ถูกใจ และสุขใจ ยิ่งวิเศษ

ในกรณีที่เราไม่สามารถเขียนให้ดีครบสามข้อ ก็ให้ดีข้อ (1) ก่อนแล้วกันครับ



และแม้ภาษาไทยและอังกฤษจะมีหลายอย่างที่ต่างกัน แต่การเขียนให้ดีน่าอ่านคงจะคล้าย ๆ กัน


โดยส่วนตัว  ผมจะฝึกเขียนภาษาอังกฤษลงไดอะรี่ทุกวัน สำหรับผม การฝึกเขียนคือการฝึกพูดผ่านมือ วัตถุดิบที่ใช้ในการเขียน ทั้งเนื้อหา ศัพท์ และสไตล์การเขียนจะมาจากเรื่องที่อ่านและฟังซึ่งผมพยายามเจียดเวลาเพื่อฝึกทุกวัน วันละอย่างน้อย 20 นาที คือ อ่าน 20 นาที, ฟัง 20 นาที และเขียน 1 หน้า


ผมสังเกตว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่ชอบเรียนตามกรอบ เช่น บางทีผมไปเจอตำราดี ๆ ที่ให้คำแนะนำและมีแบบให้ฝึกเขียน  ผมก็ไม่ชอบที่จะฝึกตามไล่ตั้งแต่บทแรกไปถึงบทสุดท้าย มันเบื่อครับ สิ่งที่ผมฝึกก็คือ ถ้านึกอยากเขียนอะไรก็เขียนลงไปเลย ติดศัพท์ก็เปิดดิก นึกวลีไม่ออกก็เปิดดิก ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกแกรมมาร์หรือไม่ก็เปิดดิก (ดิกสมัยใหม่เขามักทำให้มีเนื้อหาครบถ้วนเหมือนร้านสะดวกซื้อ) ถ้าขี้เกียจเปิดก็เขียนลงไปเลยตามที่นึกออก

แต่เมื่อมานั่งทบทวนดูอีกหลายที ก็ชักจะเห็นแสงสว่างว่า แม้การฝึกเขียนสไตล์ลูกทุ่งแบบมวยวัดจะไม่อึดอัด แต่จริง ๆ แล้วการเรียนรู้พื้นฐานด้านการเขียนไว้อย่างเป็นกิจจะลักษณะ  ก็มีประโยชน์ไม่น้อย  อะไรคือ “พื้นฐาน” ที่ว่านี้มีหลายอย่างครับ ผมขอยกตัวอย่างสัก 2 – 3 อย่างสำหรับท่านที่เริ่มฝึกเขียน
1.ศัพท์พื้นฐาน – เป็นต้นทุนช่วยให้ง่ายในการเริ่มเขียนเรื่องง่าย ๆ และเป็นฐานในการรู้ศัพท์สูงเพื่อเขียนเรื่องที่ซับซ้อนและยากมากขึ้น ท่านลองเข้าไปฝึกได้ที่ลิงค์นี้ครับ

2.วลีหรือสำนวนพื้นฐาน – โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า collocation ถ้าฝึกได้และใช้ให้คล่อง จะช่วยให้ภาษาเขียนของเรา มีคุณสมบัติครบสาม คือ ชัดเจน  กระชับ และสวยงาม

วันก่อนผมได้แนะนำให้ท่านดาวน์โหลดตำราชุด Key Word for Fluency เพื่อใช้ฝึกและศึกษาเรื่อง collocation

วันนี้ผมมีมาให้ดาวน์โหลดอีกหนึ่งเล่มซึ่งมีสรรพคุณไม่แพ้กัน คือหนังสือ Longman Essay Activator
คลิกดาวน์โหลดหนังสือ
หนังสือเล่มนี้ เขารวมรวมวลีประเภทต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ในการเขียน (และพูด) หัวข้อต่าง ๆ เช่น เมื่อเราจะเขียนหรือพูดถึง:
-ข้อดี/ข้อเสีย
-เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย
-ความต่าง/ความเหมือน
-การประมาณ
-สาเหตุ
-ความแน่นอน/ไม่แน่นอน
-การสรุป
-การเน้น
-การอธิบาย
-การยกตัวอย่าง
-การให้ความเห็น
-การให้เหตุผล
-ฯลฯ
ดูสารบัญหนังสือเล่มนี้ คลิก   สารบัญ Longman Essay Activator

มันมีสำนวน หรือวลี ในสต็อกของภาษาที่เราสามารถหยิบขึ้นมาใช้ได้ทันที  เช่น เมื่อจะยกตัวอย่าง (Giving Example) เขาก็มีหลายวลีให้ใช้ เช่น
for example, for instance, particularly, in particular, a case in point, be shown by, such as, including, to name but a few เป็นต้น
ลองคลิกดูที่นี่ก็ได้ครับ  คลิก
http://translateitbangkokpost.blogspot.com/2012/08/giving-example.html

จะเห็นว่า มีหลากหลายสำนวนหรือวลีที่ท่านสามารถใช้ได้ โดยเขาจะอธิบายความหมายของแต่ละอัน ทำให้ท่านสามารถเปรียบและเห็นความคล้ายและความต่าง และเลือกใช้ให้เหมาะ

หนังสือ Longman Essay Activator นี้ท่านจะศึกษาแบบตะลุยตั้งแต่บทแรกจนถึงบทสุดท้าย หรือใช้พลิก(คลิก)ดูเฉพาะบทที่ต้องใช้ก็ได้

ผมขอแนะนำว่า ให้ท่านอ่านประโยคตัวอย่างที่เขาให้ไว้ในหนังสือออกมาดัง ๆ ซึ่งจะช่วยให้ท่านจำได้และนึกออก เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้เขียนหรือพูด

ผมเชื่อว่า การเตรียมพร้อมเรื่องคำศัพท์และวลีดังที่ว่ามานี้ จะเป็นตัวช่วยที่ดีมาก ในการฝึกเขียนและฝึกพูดภาษาอังกฤษของท่าน ท่านไม่ต้องหักโหมฝึกหรอกครับ ฝึกวันละไม่ต้องมาก  แต่ให้ฝึกทุกวัน ท่านก็จะเขียนและพูดภาษาอังกฤษได้ชัดเจนขึ้น  กระชับขึ้น  และสวยงามมากขึ้น ในทุกวันที่ท่านฝึก

พิพัฒน์