Saturday, August 4, 2007

[249]ฟังให้คุ้นหู–พูดให้คุ้นปาก(แนะนำเว็บฝึกพูด)

[เพิ่ม 13 ธค 50]
http://www.openenglishworld.com/ (ขอแนะนำเป็นพิเศษ)
Presentations & Public Speaking
Telephone English
Speaking about the Weather
Small Talk

สวัสดีครับ
ท่านที่เสียเงินไปเข้า course conversation แบบเรียนเป็นกลุ่มที่โรงเรียนสอนภาษา บางท่านอาจจะสมหวังเพราะพูดได้ดีขึ้น แต่บางท่านอาจจะผิดหวัง ซึ่งสาเหตุก็อาจจะมีหลายอย่างแตกต่างกันไป

ผมเคยแนะนำเว็บที่ช่วยฝึกสนทนาภาษาอังกฤษไว้ที่เว็บนี้
http://www.eslgold.com/speaking/phrases.html
โดยเขียนคำแนะนำ และให้ท่านดาวน์โหลดไฟล์ได้ฟรีที่ลิงค์นี้
[147] แจกไฟล์ MP3 ฝึก ฟัง - พูด บทสนทนา

และวันนี้ ผมมีอีก 1 เว็บที่จะแนะนำ คือ
http://www.talkenglish.com/default.aspx
ซึ่งมีหัวข้อให้ท่านฝึกพูดดังต่อไปนี้
- Regular English Lessons
- Business English Lessons
- Travel English Lessons
- Interview English Lessons
- Useful Phrases Lessons
- Special Topics Lessons
- Full LessonIndex

แค่ 2 เว็บข้างต้น ถ้าฝึกจริง ๆ จัง ๆ แม้ไม่มีครูฝรั่งตัวเป็น ๆ สอนให้ท่านพูด เพียงเอาเว็บเป็นครู ผมก็เชื่อว่า ท่านจะพูดเก่งขึ้นแน่นอน ผมแน่ใจได้ยังไงถึงกล้าพูดเช่นนี้ ขออธิบายอย่างนี้ครับ

ตามปกติในการเรียน course สนทนา ถ้าจะให้ได้ผลจริง ๆ ต้องสอนตัวต่อตัว แต่ถ้าสอนเป็นกลุ่ม แม้จะกลุ่มเล็ก ๆ ที่ระดับทักษะไม่ต่างกันมาก พอถึงเวลาเรียนจริง ๆ ในห้องกับอาจารย์ฝรั่ง มันอาจจะไม่ได้ดีอย่างที่ใจเราคิดเพราะ
- คนเรียนเยอะเราเลยได้พูดไม่กี่คำ
- คนเก่งกว่าแย่งพูดหมด
- เราอาจตามไม่ทันอาจารย์หรือไม่ทันเพื่อน
- อาจารย์ไม่มีเวลามากนักที่จะฟังว่าเราออกเสียงถูกหรือผิด เขาอาจจะพูดออกเสียงอยู่หน้าห้องให้เราคนเรียนพูดตาม หรือให้เราจับคู่กันเองฝึกพูดตามหัวข้อที่เขากำหนด ส่วนเราจะพูดได้ – พูดไม่ได้ พูดถูก – พูดผิด เขาไม่มีเวลามากนักหรอกครับที่จะมาตรวจและแก้ไขเราโดยถี่ถ้วน เราต้องพยายามเอาเองในการฟัง – พูด – และประเมินตัวเอง พูดง่าย ๆ ก็คือ ห้ามหวังว่าจะเก่งเพียงเพราะได้เรียนกับครูที่เป็นฝรั่ง

ผมจึงคิดว่า เรียนกับเว็บดี ๆ ก็มีประโยชน์มาก มากกว่า จนถึงมากที่สุด เพราะอะไร
1) เราจะคลิกฟังกี่ครั้งก็ได้ ฟังจนคุ้นหู ซึ่งพูดให้ชัด ๆ ก็คือว่า ควรมีสมาธิมาก ๆ ตามกระแสเสียงที่ไหลเข้าไปในหู พอ ๆ กับคนที่ทำสมาธิต้องตามกระแสลมหายใจที่ไหลเข้าออกจมูกไม่ให้ใจวอกแวกไปที่อื่น คนมีสมาธิดีจะฟังได้ดี เมื่อฟังได้ดีก็จะพูดได้ดี คนที่ไม่ได้ยิน (คนใบ้หูตึง) จึงพูดไม่ได้ คนหูไม่ตึงแต่ไม่มีสมาธิในการบังคับหูให้ฟังเสียง แม้พูดได้ก็ไม่ดี, speaking skill นั้น เข้าทางหู – และออกทางปาก ซ้ำแล้วซ้ำอีก นี่เป็นเรื่องสามัญที่บางคนไม่สนใจ หลายคนอยากพูดเก่งและสนใจขยับปากแต่ไม่ค่อยเงี่ยหู

2) พร้อม ๆ กับการฟังให้คุ้นหู ก็พยายามฝึกพูดให้คุ้นปาก ครั้งแรกก็พูดตามไปก่อน วลีหรือประโยคตัวอย่างมากมายที่ใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ทั้ง 2 เว็บข้างบนมีไว้ให้นั้น ถ้าเราฝึกฟังให้คุ้นหู – พูดให้คุ้นปาก เราจะพูดเก่งขึ้นเอง ถ้าถึงเวลาพูดจริง ๆที่ต้องพูดเนื้อหาใหม่ เนื้อหาเก่าที่เราฝึกไว้นี้ จะช่วยให้เราคิดคำใหม่ได้เอง ไม่ต้องห่วง (ตอนฝึกพูดประโยคในเว็บ ถ้าแปลไม่ออก – ก็ต้องพยายามแปลให้ออก อย่าพูดไปทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ความหมาย)

ที่พูดมาทั้งหมดนี้ คือพูดบอกตัวเองครับ เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของผมในการเรียนภาษาอังกฤษ อาจจะมีประโยชน์บ้างสำหรับบางท่าน และก็อยากฟังประสบการณ์จากทุกท่านด้วยครับ

พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com

3 comments:

ธีระ said...

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ในการจัดทำ blog ขึ้นมาให้เรียนรู้ ผมเพิ่งได้มีโอกาส ได้ติดตั้ง net แบบ hi-speed และเพิ่งได้มีโอกาสเปิดเจอ blog ของคุณพิพัฒต์ ไม่ได้นานนี้ จะว่าไปขอระบายความในใจ เรื่องการเสียเงินเรียนภาษาของผมสักเล็กน้อย

ผมมีเพื่อนสมัยม.ปลาย ที่เพิ่ง มาได้คุยกันที่ทำงานเดียวกัน ก็มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ดี คุยไปคุยมาพอสรุปได้ว่า ผมก็มีความต้องการเรียนภาษาให้ได้ดี อยากหาที่เรียนดีๆ เพราะตอนนั้นเข้าใจว่า อ่านเอง คงไม่ขยันพอ พอดีกับเพื่อนคนนี้ซึ่งลงเรียนไว้กับสถาบันการเรียนภาษา ราคาแพงไว้ ซึ่งมีการรับประกันการพูด เป็นอย่างดีตามที่โฆษณาไว้ ผมบังเอิญสนใจเลยตกลงซื้อ คอร์ส นี้ต่อจากเพื่อน ราคาหลักหลายหมื่น

ตอนนี้เรียนไปสักระยะ ผมรู้สึกว่า มันไม่ได้ทำให้ผมพูดภาษาได้อย่างที่คิดเนื่องจาก ผมมีเวลาไปเรียนน้อย และไม่ค่อยกล้าพูด กับอาจารย์ที่สถาบันนั้นซึ่งมีแต่ชาวต่างชาติเสียด้วย แต่วิธีการเรียนเน้นให้ไปนั่งดู นั่งฟังการสนทนา และพูดตาม

พอได้มาอ่านเว็ป ของคุณ ผมเลยยิ่งเสียดายเงินใหญ๋ เพราะรูปแบบของการเรียน ไม่แตกต่างจากที่จะหาได้จาก blog ของคุณพิพัฒน์เลย จนทำให้ผมสำนึกได้ว่า บางทีคนเราจะเรียนได้ดี หรือไม่ดี น่าจะขึ้นอยู่กับความตั้งใจในการขวนขวาย ของตัวเองมากกว่าจะไปเสียเงินแพงๆ เพื่อหาที่เรียนที่ คิดว่าดี

แต่ทั้งนี้ ผมก็ได้ตัดสินใจที่จะเรียนแล้ว คงต้องเรียนในจบตามเวลาที่กำหนด (ปลายปี 2552) ซึ่งผมก็คงไม่ทิ้งการเรียนผ่าน เว็บของคุณพิพัฒน์ ไปด้วยแน่นอน

สิ่งที่จะขอคำแนะนำจากคุณพิพัฒน์ สำหรับการเรียนให้ได้ผลที่สถาบัน ที่ได้ตัดสินใจเรียนไปแล้ว ผมจะมีวิธีไหนบ้าง ที่จะนำไปประยุกต์ให้ได้ประโยนข์มากที่สุด เนื่องจากผมมีเวลาไปเรียนได้แค่เสาร์อาทิตย์ หรือสัปดาห์ละครั้งในบางที ซึ่งจะแตกต่างจากการศึกษาผ่านเน็ต ตรงที่มีครูชาวต่างชาติ คอยทดสอบการพูดของเราเท่านั้น

สุดท้ายนี้ผมขอให้คุณพิพฒน์ สุขภาพแข็งแรงครับ ผมจะรอคำแนะนำที่ดีๆ ครับ

pipat - blog writer said...

คุณธีระครับ

การได้เรียนกับฝรั่งก็มีข้อดีที่เราได้ฟังและพูดโต้ตอบสด ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นด้วย เช่น

1.ครูฝรั่งคนนั้นใส่ใจผู้เรียนมากน้อยแค่ไหน ครูบางคนเอาแต่ให้นักเรียนปรับการเรียนให้เข้ากับการสอนของเขา แต่ไม่ยอมปรับการสอนให้เข้ากับภาวะของผู้เรียนแต่ละคนซึ่งอาจจะไม่เหมือนกัน และไม่เท่ากัน ถ้าไปเจอครูแบบนี้ ผู้เรียนก็ต้องทำการบ้านก่อนมาเรียนมากขึ้น เพราะผู้สอนไม่สนใจที่จะทำการบ้านก่อนมาสอน หรือทำมาน้อยเกินไป

2. ถ้าเป็นคอร์สที่เน้นการพูด ก็ต้องพยายามพูดออกมาให่ได้ ถ้าความรู้สึกอยากจะพูดสัก 1 ประโยคเปรียบเหมือนเสลดที่ขึ้นมาจุกที่ลูกกระเดือก ก็ต้องขากเสลดออกมาให้ได้ อย่ากลืนเสลดกลับลงท้อง เพราะมันจะพูดไม่ได้ซะที หรือพูดได้แต่ก็ไม่ดีขึ้นกว่าเดิม อย่าลืมว่าต้องยอมลองผิดจึงจะมีการลองถูก ต้องไม่อายที่จะพูดออกไปแล้วผิด ขืนอายก็จะไม่มีวันได้พูดถูกกับเขา

3. ถ้ามีการบ้านก็ต้องทำ และทำให้เข้าใจ เข้าป่าล่าเสือแต่ไม่พกปืนเข้าไปด้วย นอกจากไม่ได้เสือแล้ว ยังอาจจะถูกเสือขบหัวตาบซะก่อนก็ได้

พิพัฒน์

Anonymous said...

ดีใจจังเลยค่ะที่มาเจอเว็ปนี้ ขอบคุณ คุณพิพัฒน์มากเลยค่ะ