Sunday, October 21, 2007

[343]พรสวรรค์-โชค-พรแสวง ในการศึกษาภาษาอังกฤษ

สวัสดีครับ
คำถามที่ผมได้รับบ่อยกว่าคำถามอื่นก็คือ ทำอย่างไรจึงจะเก่งภาษาอังกฤษ จะเริ่มฟื้นภาษาอังกฤษที่ตรงไหน วันนี้ผมขอคุยด้วยตามที่ผมเข้าใจ ถูกผิดประการใด โปรดอภัยและชี้แนะด้วยนะครับ

ก่อนอื่นต้องพูดว่าคนในโลกอินเตอร์เน็ตทุกวันนี้ สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายดาย รวดเร็ว และดังใจ ผ่านภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาโลก และไม่ว่าเราจะเก่งหรือไม่เก่ง รักหรือไม่รักภาษาอังกฤษ เราก็ปฏิเสธภาษาอังกฤษไม่ได้ ถ้าเราต้องการเป็นทั้งชาวไทยและชาวโลก

บางท่านอาจจะคิดว่า เราอยู่เมืองไทย – ทำงานเมืองไทย อาจไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษกับใครเลย ไม่จำเป็นต้องฟังข่าว CNN หรือ BCC และแม้จะฟังเพลงและดูหนังฝรั่งไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็ไม่เห็นเดือดร้อนอะไรเลย เราไม่จำเป็นต้องเขียนหนังสือเป็นภาษาอังกฤษแม้แต่ประโยคเดียว เราไม่จะเป็นต้องอ่านภาษาอังกฤษแม้แต่บรรทัดเดียว สรุปก็คือ เราไม่จำเป็นต้องข้องแวะกับการฟัง – พูด – อ่าน – เขียนภาษาอังกฤษแม้แต่นิดเดียว เราก็อยู่ได้และไม่อดตาย !! ที่สำคัญก็คือ ภาษาอังกฤษมิใช่ภาษาของบิดาและมารดาของเรา…ที่กล่าวมาทั้งย่อหน้านี้ ผมไม่เถียงแม้แต่คำเดียว ถ้าเราพอใจเพียงแค่เป็นชาวไทยเท่านั้น

แต่ถ้าท่านใดต้องการเป็นทั้งชาวไทยและชาวโลกไปพร้อม ๆ กัน เราก็จำเป็นต้องรู้ทั้งภาษาไทยและภาษาโลกไปพร้อมๆกัน และภาษาโลกที่สำคัญที่สุด มีชื่อว่า “ภาษาอังกฤษ”

โลกแห่งความรู้ ความเพลิดเพลิน โอกาสการมีงานทำ การสร้างธุรกิจ การเดินทาง การรู้จักและคบหามิตรต่างแดน โลกทัศน์ ความก้าวหน้า เรื่องราวหลากหลายของมวลมนุษยชาติ รวมทั้งข้อมูล วิทยาการ ภูมิปัญญา และอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน ที่เราสามารถเข้าถึงและจับต้องได้ ต้องเดินผ่านเข้าทางประตูนี้เท่านั้นครับ… ประตูภาษาอังกฤษ

อ่านมาถึงบรรทัดนี้ บางท่านอาจจะบอกว่า รู้แล้วล่ะว่าภาษาอังกฤษสำคัญและมีประโยชน์มาก แต่ไม่เห็นตอบคำถามเลยว่า ทำอย่างไรจึงจะเก่งภาษาอังกฤษ?
คำตอบของผมก็คือ เริ่มแรกสุด ท่านต้องถามและตอบตัวเองให้ได้อย่างชัดเจนว่า
- ท่านต้องการฟิตภาษาอังกฤษไปทำไม (สำหรับน้องๆที่ยังเรียนหนังสือ อย่าตอบนะครับ ว่า เพื่อทำข้อสอบส่งอาจารย์ เพราะนี่ไม่อาจนับเป็นคำตอบได้)
- แม้ว่าทุกทักษะ คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน จะสัมพันธ์กันหมด แต่ท่านคงตอบได้นะครับว่า ท่านจำเป็นต้องเน้นทักษะใดมากที่สุด และเนื้อหาที่ท่านต้องฟิตภาษาอังกฤษนี้เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร
ทั้งสองประเด็นข้างต้น เป็นธงที่เราต้องยึดไว้ให้มั่น เพื่อให้การศึกษาภาษาอังกฤษของเราเป็นไปอย่างมีทิศทาง ไม่สะเปะสะปะ เพราะเป้าหมายในการศึกษาภาษาอังกฤษของเราอาจไม่เหมือนของคนอื่น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของใครของมัน ลอกการบ้านกันไม่ได้

สำหรับการทำให้ตัวเองเก่งภาษาอังกฤษนั้น (ผมกำลังพูดถึงคนไทยที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษมาแต่อ้อนแต่ออก) ก็เหมือนการเรียนรู้เรื่องอื่นๆ คือ คงยากที่จะให้แต่ละคนเก่งเหมือนๆกัน เนื่องจากคนเราต่างกันอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ พรสวรรค์ โชค และพรแสวง
1 พรสวรรค์ – เรื่องนี้มีจริงนะครับ ถ้าท่านไม่ได้เกิดเป็นฝรั่งเมื่อชาติที่แล้ว หรือยีนส์เรื่องภาษาที่ติดตัวท่านมาตอนคลอดไม่ได้ก้อนใหญ่เป็นพิเศษ ความสามารถด้านการเรียนภาษาอังกฤษของท่านก็คงจะอยู่ในระดับกลาง ๆ เหมือนคนไทยทั่วๆไป เพราะฉะนั้นอย่าท้อแท้โดยเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนไม่กี่คนที่มีพรสวรรค์ จนถึงขั้นคิดว่าตัวเองอาภัพเรื่องภาษาอังกฤษ เรียนอย่างไรก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง จริงๆแล้ว คนไม่กี่คนที่เราคิดว่าเขามีพรสวรรค์ด้านภาษานั้น มันอาจจะเป็นพรสวรรค์ที่ถูกผลักดันด้วยพรแสวงก็ได้
2 โชค – นอกจากพรสวรรค์ โชคก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนเรามีไม่เหมือนกัน และมีไม่เท่ากัน คนบางคนเกิดมาในครอบครัวที่มีเงินมากพอที่จะซื้อโอกาสและประสบการณ์เพื่อช่วยให้เก่งภาษาอังกฤษได้ง่าย-เร็ว-และมากกว่าคนอื่น หรือบางคนโชคดีมีฟ้าเป็นใจช่วยส่งคนมาเป็น sponsor, trainer หรือ tutor ด้านภาษาให้ เขาก็เลยมีโอกาสเก่งภาษาอังกฤษมากกว่าคนอื่น แต่ท่านอย่าได้ท้อแท้ใจ โดยเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนที่โชคดีกว่าเลยครับ คนเราทำบุญด้านภาษามาไม่เหมือนกัน
3 พรแสวง – ในขณะที่เราควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขพรสวรรค์และโชคไม่ได้ แต่เป็นไปได้แน่ๆที่เราสามารถแสวงหาให้พบ “พร” (แปลว่าสิ่งประเสริฐ) ถ้าเราพยายามถูกทางและมากพอ ให้พรแสวงของเรามีพลังมากกว่าพรสวรรค์ และให้เราสร้างโอกาสและโชคในการเรียนภาษาอังกฤษขึ้นมาเองโดยไม่ต้องรอการดลบรรดาลจากฟ้าหรือบุญเก่า ภาษิตจีนที่ผมชอบมากกล่าวไว้ว่า “ฟ้าไม่รานน้ำใจคนพยายาม”

พอมาถึงบรรทัดนี้ ผมนึกถึงคำสอนของหลวงพ่อชา ท่านบอกว่า การปฏิบัติธรรมะก็เหมือนกับคนเลี้ยงเป็ด หรือคนปลูกต้นมะม่วง หน้าที่ก็คือ ให้น้ำ ให้อาหารเป็ด และพรวนดิน ใส่ปุ๋ย รดน้ำ ดูแลรักษาต้นมะม่วง ส่วนเป็ดที่เราเลี้ยง ต้นมะม่วงที่เราปลูก จะโตเร็ว โตช้าเป็นเรื่องของมัน ไม่ใช่เรื่องของเรา เรื่องของเรา คือ ทำหน้าที่ของคนเลี้ยง คนปลูกให้ดีที่สุด ผมเห็นว่าการศึกษาภาษาอังกฤษก็เป็นเช่นเดียวกัน เราทำหน้าที่ของผู้ศึกษาให้ดีที่สุด ขยันก็เรียน ขี้เกียจก็เรียน ส่วนผลจะได้เร็ว – ช้า มาก – น้อย ไม่ต้องไปกังวล และไม่ต้องเอาใจไปเป็นทุกข์ ซึ่งมันไม่ได้ช่วยให้เราเรียนได้ผลเร็วขึ้น หรือมากขึ้นเลย

ผมพูดเกี่ยวกับวิธีการและความสำเร็จในการศึกษาภาษาอังกฤษไว้หลายครั้งแล้ว ถ้ามีเวลาเชิญท่านคลิกอ่านได้ที่ลิ้งค์นี้ครับ คุยกับท่านผู้อ่าน

ถ้าจะให้ผมสรุปสั้นๆเกี่ยวกับ (1 ) การเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ผลดี และ(2 ) การมีความสุขในการเรียนภาษาอังกฤษ ผมก็ขอพูดว่า การเรียนภาษาอังกฤษต้องมี 3 “ใจ” คือ เข้าใจ พอใจ และใส่ใจ เข้าใจก็คือ ยอมรับสภาพที่เราเป็นอยู่ และพอใจที่จะเริ่มจากจุดนี้ พอใจในผลที่ได้รับจากความพยายามอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าผลนั้นจะมาก-น้อย เร็ว-ช้าเพียงใดก็ตาม โดยให้ความใส่ใจกับเรื่องนี้ตลอดเวลา

ท่านผู้อ่านครับ ผมทำ blog นี้ขึ้นมาด้วยความรู้สึกตั้งแต่เริ่มว่า ในด้านการศึกษาภาษาอังกฤษ ผมไม่ได้เก่ง (มีพรสวรรค์) มากกว่าคนอื่น ไม่ได้เฮง (มีโชค) มากกว่าคนอื่น แต่ผมอยากให้ blog นี้เป็นตัวช่วยให้คนไทยที่ใส่ใจภาษาอังกฤษสามารถสร้างความเก่งและความเฮงในการศึกษาภาษาอังกฤษให้แก่ตัวเอง ในขณะที่ผมหาเว็บมาแนะนำท่านผู้อ่าน ผมก็เรียนรู้ภาษาอังกฤษจากเว็บเหล่านี้ ไปพร้อมกับทุกๆท่านครับ

พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com

1 comment:

Ddy said...

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆที่หาที่ไหนไม่ได้ครับ