Thursday, August 30, 2007

[281]save ไฟล์ที่ชอบเก็บไว้อ่าน+มีศัพท์โชว์ทุกคำ

สวัสดีครับ
ถ้าถามว่า ถ้าสามารถอ่านภาษาอังกฤษรู้เรื่องมาก ๆ จะดีไหม ทุกคนก็จะตอบว่าดี ถามต่อว่า แล้วทำไมไม่ค่อยจะอ่านกัน หลายคนทีเดียวจะตอบว่า ไม่รู้ศัพท์ - อ่านไม่รู้เรื่อง เลยไม่อยากอ่าน และถ้ามีคนคอยบอกศัพท์ให้ทุกคำล่ะ จะขยันอ่านมากขึ้นไหม อ๋อ แน่นอน ต้องอ่านมากขึ้นแน่ ๆ แต่พูดเป็นเล่นไป ใครเขาจะมาคอยบอกศัพท์ทุกคำเวลาเราอ่านภาษาอังกฤษ ไม่มีหรอก

ผมขอยืนยันว่า นั่งยัน นอนยันว่า มีครับ มีแน่ ๆ เชิญอ่านต่อไปครับ
1. ท่านเข้าไปที่เว็บภาษาอังกฤษ และเลือกมาสักหนึ่งหน้าที่ท่านชอบ และอยากจะฝึกอ่าน ถ้าขยันจะเป็นสองหน้า สามหน้า สี่หน้าก็ไม่มีใครว่า อาจจะเป็นหนังสือพิมพ์ (เช่น สติวเดนท์ วีคลี่ (คลิกแล้วพบ Trojan จึงขอลบออกไปก่อน) หรือ http://www.bangkokpost.com/ ) หรือจะเป็นเว็บอะไรก็ได้ที่ท่านชอบ แล้วเลือกหน้าที่ถูกใจ, Copy URL ของหน้านี้ไว้

2. ไปที่เว็บ Longdo.com http://dict.longdo.com/
- เอา URL ของหน้าที่ท่านชอบใจที่ copy มาแล้วเอาไป paste ลงในช่องว่าง ในพื้นที่สีชมพูด้านมุมบนซ้าย ใต้บรรทัด “ใส่คำที่ต้องการค้นหา หรือ URL สำหรับบริการ Pop Thai” แล้วคลิก Submit, รอให้ done, เมื่อเอาเมาส์ไปวางที่ศัพท์ตัวใดก็ตาม จะมีคำแปลแสดงทันที ซึ่งมักมีหลายความหมาย, ก็เลือกเอาแล้วกันครับว่าความหมายใดสอดคล้องกับเนื้อหามากที่สุด ตอนที่ทำอย่างนี้ ถ้าย่อให้ font มีขนาดเล็กหน่อย อาจจะอ่านได้สะดวกดีนะครับ

3. save ไฟล์ของหน้านี้ โดย ไปที่ Menu Bar คลิก File, Save As… , ตั้งชื่อไฟล์ใน File name ให้สอดคล้องกับเรื่อง (ก็จะได้ไฟล์ซึ่งมีเรื่องที่เราจะเก็บไว้อ่าน พร้อมคำแปลศัพท์ทุกคำ)

ท่านน่าจะหาซื้อ flat drive ประจำตัวไว้สักอันนึงนะครับ เพราะการ save ไฟล์ที่มีคำศัพท์แปลไว้ให้พร้อมเสร็จสรรพเช่นนี้ ขนาดของไฟล์จะใหญ่สักหน่อย แต่ก็คุ้มค่านะครับ เพราะเท่ากับว่า ท่านมีอุปกรณ์อันวิเศษที่จะพัฒนา Reading Skill ของท่าน คือ 1)สามารถเลือกเรื่องที่อยากอ่าน 2) มีเว็บบอกศัพท์ให้ทุกคำ 3) จะเก็บไฟล์นี้ไว้นานเท่าไรก็ได้ไม่มีหมดอายุ พอจะใช้อีกก็เพียงเสียบ flat drive เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยไม่ต้องต่อเน็ต ก็สามารถอ่านเรื่องที่ท่านเอง save ไว้ พร้อมโชว์คำศัพท์เพียงแค่เอาเมาส์ไปวางบนศัพท์

มี 3เรื่อง ที่ขอเรียนให้ทราบ
1) ตอนครั้งแรกที่ให้ Longdo ทำงาน ถ้าเน็ตของท่านช้า อาจต้องรอนิดนึงกว่าคำแปลจะปรากฏ
2) มีอยู่บ้างบางคำที่ Longdo ไม่แปลให้ แต่ก็ไม่เยอะนัก
3) มีอยู่เหมือนกัน แต่ไม่มาก คือบางทีศัพท์ 2 คำอยู่ติดกัน ควรแปลรวบ แต่ Longdo กลับแปลแยก หรือบางทีต้องแปลแยก แต่ Longdo กลับแปลรวบ แต่ลักษณะนี้ก็มีไม่มากหรอกครับ
4) ถ้ามีแถบพาดขวางหน้าจอแถว ๆ Menu Bar ให้ท่านคลิกที่แถบนี้ แล้วคลิก Allow Blocked Content…

ขอให้มีความสุขและความสำเร็จนะครับ

พิพัฒน์
mailto:pptstn@yahoo.com

Wednesday, August 29, 2007

[280] คำสอนของปราชญ์ 3 ประเทศที่น่าศึกษา

สวัสดีครับ
ผมเชื่อว่าชีวิตและคำสอนของมหาบุรุษด้านจิตวิญญาณของโลกตะวันออก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นสิ่งที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง เนื่องจากชีวิตของเราสั้นเกินกว่าที่จะศึกษาทุกเรื่องได้ด้วยตนเองทั้งหมด แน่นอน ชีวิตต้องมีการลองผิดลองถูกบ้าง แต่การลองโดยศึกษาล่วงหน้าสิ่งที่ผู้รู้เคยลองไว้แล้ว ย่อมช่วยให้การลองของเราได้รับผลถูกมากกว่าผิด

เราศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า และศาสดาองค์อื่นก็เพราะเหตุผลนี้ แต่นอกจากศาสดาของโลกแล้ว ยังมีชีวิต ผลงาน ความคิด ของปราชญ์ในอดีตอีกหลายท่านที่น่าติดตามศึกษา ในที่นี้ ผมขอยกมา 3 ท่าน จาก 3 ประเทศ ข้างล่างนี้ครับ

ประเทศที่ 1 Thailand: สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )
คติธรรมคำสอน
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=49478
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=49572
http://www.somdejto.com/picture/comson.html
รวมประวัติและผลงาน
http://www.palungjit.com/board/forumdisplay.php?f=132

ประเทศที่ 2 India: คานธี
ความคิด คำสอน และ คติชีวิต

-Inspiring Stories From Gandhi's Life
http://www.mkgandhi.org/students/story.htm
- Gandhi's Inspiring Short Stories
http://www.mkgandhi.org/short/ev.htm
- An Autobiography or The Story of my Experiments with Truth
http://en.wikisource.org/wiki/An_Autobiography_or_The_Story_of_my_Experiments_with_Truth
- Selections From Gandhi
http://www.mkgandhi.org/sfgbook/index.htm
- To Students
http://www.mkgandhi.org/students/tostude_book/students.htm
ประวัติและผลงาน
ภาษาไทยคลิก มหาตมะ คานธี - วิกิพีเดีย
ภาษาอังกฤษคลิก
http://www.mkgandhi.org/bk123.htm
http://www.answers.com/Mohandas%20Gandhi
http://www.mkgandhi.org/bk123.htm

ประเทศที่ 3 China: ขงจื๊อ
คำสอน คติธรรม
(เมื่อเข้าไปแล้ว อาจจะต้องคลิก bypass this message ในลิงค์ข้างล่างนี้ด้วย)
http://www.moralquotes.com/index.php/a?blog=2&paged=1&page=1&cat=135
http://www.moralquotes.com/index.php/a?blog=2&cat=135&page=1&paged=2
ประวัติและผลงาน
ภาษาไทยคลิก ขงจื๊อ - วิกิพีเดีย
ภาษาอังกฤษคลิก http://www.answers.com/topic/confucius

พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com

Tuesday, August 28, 2007

[279] ‘บัญญัติ 10 ประการ’ ของการฟิตภาษาอังกฤษ

สวัสดีครับ
ในฐานนะคนหัวอกเดียวกันที่กำลังฝึกฟิตภาษาอังกฤษ ผมขอเล่าวิธีการส่วนตัวที่ใช้ฝึกตัวเอง อาจจะมีสัก 1 หรือ 2 วิธีที่ท่านรู้สึกเข้าท่าและเอาไปลองทำบ้าง

1. กำหนดปริมาณของการฝึก และทำให้ได้: อาจจะเป็นปริมาณก้อนเล็ก ๆใกล้มือ เช่น ทุกวันจะต้องอ่านจบ 1 หน้า หรือฟังให้ได้นาน 20 นาที หรืออ่านออกเสียงชัด ๆ อย่างน้อย 10 ประโยค หรือขนาดใดก็ได้ตามที่ตั้งใจไว้ ไม่ใหญ่ไม่เล็ก ไม่มากไม่น้อยเกินไป ถ้ามากเกินไปก็จะรู้สึกเหนื่อย ถ้าน้อยเกินไปก็จะรู้สึกเนือย ฉะนั้นให้กำหนดปริมาณการฝึกขนาดพอดี ๆ และแน่วแน่ทำไปให้เสร็จ ส่วนปริมาณเป้าหมายก้อนใหญ่ไกลมือก็แล้วแต่ใจจะไขว่คว้า เช่น จะฟิตอังกฤษเพื่อเป็นเส้นทางเดินไปสู่การเป็นคนรวย - คนเก่ง - คนดี - คนมีความสุข ใน style ที่เราเลือกเอง

2. หาให้พบงานอดิเรกที่ทำด้วยภาษาอังกฤษแล้วสนุก: ย้ำ... ต้องหาให้พบ เพราะบางทีมันก็หายากอยู่นะ ถ้าอ่าน Bangkok Post ก็ไม่สนุก, ดูหนังฝรั่งก็ไม่สนุก (คือตั้งใจฟัง soundtrack ไม่ใช้จ้องแต่อ่าน subtitle ภาษาไทย), ฟังข่าว CNN ก็ไม่สนุก ก็ต้องหาอย่างอื่นอ่าน - หาอย่างอื่นดู – หาอย่างอื่นฟัง ต้องหาให้พบให้ได้สักอย่างหนึ่งที่ทำด้วยภาษาอังกฤษแล้วสนุก อาจจะเริ่มด้วยสิ่งที่ไม่ยากไม่ยุ่งไม่ยาวเกินไป และก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับคนอื่นเขา

3. หาวิธีแทรกภาษาอังกฤษเข้าไปในงานประจำ: ถ้าหากงานที่เราทำไม่มีภาษาอังกฤษที่ต้องอ่าน, ไม่ต้องฟังฝรั่งพูด และไม่ต้องพูดให้ฝรั่งฟัง, และไม่ต้องเขียนภาษาอังกฤษแม้แต่ตัวเดียว ก็ลองสงบใจสักนิดและคิดให้ทะลุซิว่า เราจะสอดแทรกภาษาอังกฤษเข้าไปในงานได้ยังไง ถ้าเรายืนยันมันก็น่าจะมีวิธี วันที่ 1 สอดแทรกภาษาอังกฤษเข้าไปได้ 1 นิ้ว พอถึงวันที่ 12 ท่านอาจจะสามารถสอดแทรกเข้าไปได้ถึง 1 ฟุต (เพราะ 1 ฟุตมี 12 นิ้ว) ต้องทำได้ถ้าเราพยายาม

4. อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น: แต่เปรียบเทียบกับตัวเอง ระหว่างสัปดาห์ที่ 1 กับสัปดาห์ที่ 2, ระหว่างเดือนที่ 1 กับเดือนที่ 2 เรื่องอย่างนี้ของใครของมัน ขืนเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เก่งกว่าก็จะรู้สึกเย่อหยิ่ง เท่ากันก็รู้สึกผยอง แย่กว่าก็รู้สึกแหย เราไม่แข่งกับใคร แต่แข่งกับตัวเองดีกว่า

5. ใช้เวลาว่างและหาเวลาว่างให้แก่การฟิตภาษาอังกฤษ: แทนที่จะปล่อยความคิดให้ล่องลอยเรื่อยเปื่อยขณะยืนรอรถเมล์ หรือนั่งรอเพื่อน ก็เอามาใช้ทำสมาธิด้วยการท่องศัพท์ (มีสมุดจดศัพท์หรือดิกเล่มเล็ก ๆ ติดตัวไว้เสมอ) หรือฟังไฟล์ mp3 ที่ดาวน์โหลดจากเว็บนี้ จริง ๆ แล้วเวลาว่างที่เรา ‘ยืนรอ’ หรือ ‘นั่งรอ’ ใครหรืออะไรในวันหนึ่ง ๆ แม้รวม ๆ กันแล้วมีอาจมีเพียง 5 – 10 นาที ก็ไม่น่าปล่อยให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า ส่วน ‘เวลาว่าง’ ที่ท่านมักจะหาไม่ค่อยได้นั้น ถ้าท่านตื่นนอนเร็วกว่าเดิม 10 นาที และเข้านอนดึกกว่าเดิม 5 นาที ท่านก็จะมีเวลาเพิ่มขึ้นทันทีวันละ 15 นาทีสำหรับการฟิตภาษาอังกฤษ

6. รวมกลุ่มคนรู้ใจฟิตภาษาอังกฤษร่วมกัน: ถ้าไม่มีโอกาสเรียนร่วมครูคนเดียวกัน ก็สามารถเรียนร่วมหนังสือเล่มเดียวกัน เรียนร่วม CD แผ่นเดียวกัน เรียนร่วมเว็บไซต์และคอมพิวเตอร์จอเดียวกัน เรียนร่วมทีวีเพื่อการศึกษาช่องเดียวกัน ฯลฯ ทุกอย่างทำได้ถ้ามีใจเดียวกัน

7. พกหนังสือภาษาอังกฤษเล่มโปรดติดกระเป๋าไว้เสมอ: อาจจะเป็นดิกชันนารี สมุดจดศัพท์ทำเอง หนังสือธรรมะ นิยาย การ์ตูน วารสาร ฯลฯ เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะว่างเมื่อใด แต่เมื่อเวลาว่างมาหาเรา เราจะไม่ใช้เวลาว่างอย่างทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ

8. อ่าน – จด – จำ ถ้อยคำปลุกใจให้ฮึกเหิม: ถ้าไม่มีใครให้กำลังใจเรา เราก็ต้องให้กำลังใจตัวเอง ตามวิถีของคนกล้า การหาถ้อยคำปลุกปลอบกำลังใจมาอ่านและจดจำให้ขึ้นใจ เป็นการชาร์จแบตเติมไฟให้ชีวิต ที่ต้องการฟิตภาษาอังกฤษ

9.เรียนอังกฤษโดยการสังเกต: ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า ชีวิตนี้มีเรื่องให้เราเรียนรู้และใช้สอยภาษาอังกฤษตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน (ฉลากสินค้า, ป้ายตามเส้นทาง ฯลฯ) การฟัง(เลื่อนไปที่ช่อง TVซึ่งมีเสียงภาษาอังกฤษบ้างก็ดี ฯลฯ) การพูด(นึกในใจเล่น ๆ ว่า สิ่งนั้นสิ่งนี้ ถ้าเป็นคำ / วลี / ประโยค ภาษาอังกฤษ จะพูดว่ายังไง) และการเขียน ( ข้อความสั้น ๆ ที่เคยจดเป็นภาษาไทย ลองทำเล่น ๆ จดเป็นภาษาอังกฤษ หรืออังกฤษปนไทยบ้างดูซีครับ) เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะไม่มีความหมายและไร้ประโยชน์ถ้าไม่สนใจ แต่จะมีความหมายและประโยชน์มากมายมหาศาลถ้าใส่ใจฝึกฝน

10. ถึงเป้าหมายที่มิใช่ปลายทาง: การฝึกภาษาอังกฤษเหมือนกับการเดินทางไปในสวนดอกไม้ ซึ่งมีไม้ดอกทั่วทั้งสวน เราสามารถชื่นชมกับดอกไม้ทุกดอก ต้นไม้ทุกต้นในสวนนี้ เมื่อเราฝึกฟิตภาษาอังกฤษ เรามิได้เก่งขึ้น ณ ก้าวสุดท้ายเมื่อถึงปลายทาง แต่เราเก่งขึ้นทุกก้าวที่ย่างไปตลอดเส้นทาง และจริง ๆ แล้วเส้นทางของการเรียนรู้และใช้สอยเรื่องภาษานี้ไม่มีปลายทาง คือต้องเรียนรู้และใช้กันไปเรื่อย ๆทั้งชีวิต เราจึงเดินถึงปลายทางตลอดเวลา เพราะฉะนั้น จงเรียนภาษาอังกฤษอย่างคนที่มีความสุขและพอใจกับความเก่งเล็ก ๆ ที่ได้รับเพิ่มขึ้นทุกวัน เหมือนได้ชื่นชมกับดอกไม้ทุกดอก ต้นไม้ทุกต้นในสวนภาษาแห่งนี้

พิพัฒน์
http://intereladsd.blogspot.com/

[278] ตำราภาษาไทย (สอนภาษาอังกฤษ) ฟรี 6 เล่ม

สวัสดีครับ
ผมพบตำราภาษาอังกฤษที่มีคนใจดี แจกให้ฟรีอีก 1 เล่ม คือ “ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเบื้องต้น” เลยเอามารวมไว้กับของฟรีที่เคยแนะนำไว้ก่อนนี้อีก 5 เล่ม รวมเป็น 6 เล่ม เชิญไปดาวน์โหลดได้เลยครับ

เล่มที่ 1: ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเบื้องต้น - พ.ท.หญิง วันดี โตสุวรรณ
http://etmr.drdo.mi.th/document/gram/gram.pdf
หรือ http://www.4shared.com/file/216939179/7f919df4/_-__.html

เล่มที่ 2: [214] อ่านตำราการแปล อังกฤษ เป็นไทย

เล่มที่ 3 และ เล่มที่ 4:
grammar through conversation
business conversation

เล่มที่ 5 - ชุดวิชาภาษาต่างประเทศ ระดับประถมศึกษา
http://www.4shared.com/file/125355925/e7a43ce7/English_pratom_164pages.html

เล่มที่ 6 -ชุดวิชาภาษาต่างประเทศ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
http://www.4shared.com/file/125356001/cf9b0e1d/English_matayon_ton_131pages.html

เล่มที่ 7 -ชุดวิชาภาษาต่างประเทศ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
http://www.4shared.com/file/125355965/83c8f9e3/English_matayom_prai_280pages.html
พิพัฒน์
GemTriple@gmail.com

Sunday, August 26, 2007

[276] ประโยคสำหรับบอกเส้นทางรถเมล์ให้แก่ฝรั่ง

สวัสดีครับ
ถ้าท่านเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่ง ญี่ปุ่น จีน แอฟริกัน หรือคนชาติไหนก็ตาม ยืนอยู่แถวป้ายรถเมล์ ทำท่าทางเหมือนกับจะหารถเมล์ขึ้นเพื่อไปปลายทาง แต่ก็ไม่แน่ใจ ท่านสามารถเสนอตัวให้ความช่วยเหลือแนะนำการขึ้นรถเมล์ได้

ที่หัวข้อนี้ [275] มาฝึกสนทนาภาษาอังกฤษกันหน่อยไหมครับ มีประโยคพูดภาษาอังกฤษในสถานการณ์ต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งการบอกเส้นทางรถเมล์ให้แก่คนต่างชาติ ซึ่งผมลอกมาไว้ข้างล่างนี้ครับ

การบอกทาง (Telling Direction )

- Go straight.
( โก สเตร้ท )
ตรงไป

- Keep going straight.
(คีพ โกอิ่ง สเตร้ท )
ตรงไปเรื่อย ๆ

- Just go straight on. ....
( จัสท์ โก สเตร็ท ออน )
ตรงไปเรื่อย ๆ บน./ ยัง........

- Until you come ( get ) to the lake.
( อันทิล ยู คัม ( เก็ต ) ทู เธอะ เลค )
จนกระทั่งถึงทะเลสาบ

- The bank is on the left.
( เธอะ แบงค์ อิซ ออน เธอะ เล็ฟท )
ธนาคารอยู่ทางซ้ายมือ

- At the corner.
( แอท เธอะ คอร์เน่อร์ )
ตรงหัวมุม

- Turn
( เทิน )
เลี้ยว

- The first block.
( เธอะ เฟิสท์ บล็อก )
บล็อกแรก

- Left.
( เล็ฟท์ )
ด้านซ้าย

- right
( ไร้ท์ )
ด้านขวา


บอกเส้นทางโดยใช้รถประจำทาง
- Take a number 21 bus. That’ll take you pass…(บอกสถานที่ ) and then you get off at…
(เทค อะ นัมเบ่อร์ 21 บัส แธทอิล เทค ยู พาสท......... แอนด์ เธน ยู เกท ออฟ แอท
ไปรถประจำทางเบอร์ 21 ก็จะผ่าน....(สถานที่) จากนั้นลงรถที่..... (บอกสถานที่)

สำนวนที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้รถประจำทาง
- ขึ้นรถ = take / catch / get on
( เทค / แคช / เกท ออน
- ลงรถ = get off.
( เกท ออฟ )
- เบอร์รถ = bus number 21 / a number 21 bus
( บัส นัมเบ่อร์ 21 / อะ นัมเบ่อร์ 21 บัส )
(ข้อสังเกต เมื่อใช้ bus number 21 จะไม่มี article ‘ a ‘ นำหน้า)

- ป้ายรถเมล์ = bus stop
( บัส สตอพ )
- รถแล่นผ่านอะไรบ้าง = It will take you pass………
( อิท วิว เทค ยู พาส ) บอกสถานที่ว่าผ่านอะไร

การบอกระยะทาง ว่าอยู่ห่างแค่ไหน

- It’s about two kilometers from here.
( อิทส อะเบ้า ทู คิลอม'มิเทอะส ฟรอม เฮีย )
จากนี่ไปประมาณ 2 กิโลเมตร

- It’s about 200 meters from here.
( อิทส อะเบ้า ทู ฮันเดรด มี'เทอะส ฟรอม เฮีย )
จากนี่ประมาณ 200 เมตร

- It’s about a mile from here.
( อิทส อะเบ้า อะไมล์ ฟรอม เฮีย )
จากนี่ประมาณ 1 ไมล์

บอกเส้นทางโดยให้เดินไป

- Go straight ahead as far as the traffic lights. Then turn right .
( โก สเตร้ท อะเฮด แอส ฟา แอส เธอะ แทรฟฟิก ไล้ส เธน เทิน ไร้ท )
เดินตรงไป จนถึงสัญญาณ ไฟจราจร แล้วเลี้ยวขวา

- บอกจุดเริ่มต้น = You are here .
( ยู อาร์ เฮีย )
คุณอยู่ตรงนี้

- When you go out of the hotel……..
( เว็น ยู โก เอ้า อ๊อฟ เธอะ โฮเทล
เมื่อคุณออกจากโรงแรม.... จากนั้นก็ต่อด้วยข้อความต่อไปนี้

- เลี้ยวซ้าย /เลี้ยวขวา = Turn left/ turn right.
- ข้ามถนน = Cross over the road
- เดินตรงไป = walk along the road.
Walk straight on
Go straight on
- เดินผ่านโรงเรียน = Walk pass the school
Go pass the school
- เดินไปประมาณ 10 นาที = Walk for about 10 minutes

- สี่แยก = Intersection / crossroads
- สามแยก = Junction
- ไฟจราจร = Traffic lights
- สุดถนน = at the end of the road.
- ข้างขวา / ข้างซ้าย = on your right / left
- ติดกับโรงเรียน = next to school
- ก่อนถึงโรงเรียน = just before school
- มุมถนน = at the corner

แหล่งข้อมูล:
14) การบอกทาง ( Telling Direction )16) การบอกระยะทาง ว่าอยู่ห่างแค่ไหน17) บอกเส้นทางโดยใช้รถประจำทาง18) บอกเส้นทางโดยให้เดินไป

พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com

Friday, August 24, 2007

[273]ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน ได้ จากประโยคตัวอย่าง

สวัสดีครับ
เมื่อเรารู้จักศัพท์คำใดเป็นครั้งแรก การที่จะจำศัพท์คำนั้นได้นาน ๆ อยู่ที่ว่า เรามีประสบการณ์กับศัพท์คำนั้นมากน้อยเพียงใด คือ ได้อ่านพบบ่อย ๆ, ได้ฟังบ่อย ๆ, ได้เอามาพูดหรือเขียนด้วยตัวเองบ่อย ๆ ขนาดไหน

มีเว็บดิกชันนารีคุณภาพสูงชื่อเสียงดังระดับโลกสำหรับใช้ศึกษาภาษาอังกฤษ ฟรี online อยู่ 8 เว็บที่มีทั้งคำจำกัดความ (definition) และ ประโยคตัวอย่าง (example) ไว้ให้พร้อมสรรพ 8 เว็บนี้ครับ

1. Oxford: http://www.oup.com/elt/catalogue/teachersites/oald7/lookup?cc=th
2. Longman: http://www.ldoceonline.com/
3. Cambridge: http://dictionary.cambridge.org/
4. COBUILD: http://eedic.naver.com/
5. MSN Encarta: http://encarta.msn.com/encnet/features/dictionary/dictionaryhome.aspx
6. Newbury House: http://nhd.heinle.com/activities.aspx
7. WordWeb: http://www.wordwebonline.com/
8. American Heritage Dictionary: Dictionary

ใน 8 เว็บนี้ มีอยู่ 1 เว็บ ที่ผมอยากจะแนะนำเป็นพิเศษในฐานะที่มีประโยคตัวอย่างเยอะจริง ๆ เรียกว่าพอศึกษาประโยคตัวอย่างของศัพท์คำใดครบถ้วน ก็แทบจะคุ้นเคยกับศัพท์ตัวนั้นและจำได้ทันที คือเว็บนี้ครับ: COBUILD: http://eedic.naver.com/

เมื่อเข้าไปที่เว็บนี้แล้ว ให้ท่าน
1. พิมพ์คำศัพท์ที่ต้องการ เช่น friend และคลิกภาษาเกาหลีที่อยู่ท้ายช่อง Search นี้ (ดิก COBUILD เล่มนี้ เป็นดิก อังกฤษ – อังกฤษ แต่ทำไมมาอยู่ที่เว็บภาษาเกาหลี ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน) และอ่านความหมาย
2. คลิกที่คำว่า Example ซึ่งอยู่ใต้บรรทัด Search
3. ถ้าประโยคตัวอย่างมีเกิน 10 ประโยค ก็ให้คลิกที่เลข 1 2 3 4 5 ..... ที่อยู่ด้านล่าง เพื่อศึกษาไปตามลำดับ

ประโยคตัวอย่างทั้งหลายแหล่ที่เว็บเขารวบรวมไว้ใน database ของเขานี้ เป็นประโยคธรรมชาติที่รวบรวมมาจากสิ่งพิมพ์และสื่อวิทยุโทรทัศน์ต่าง ๆ ไม่ใช่ประโยคที่แต่งขึ้นมาเอง นอกจากเราจะได้เรียนรู้ความหมายที่หลากหลายของคำศัพท์แล้ว ยังได้เรียนรู้ลักษณะการนำคำศัพท์ไปใช้ในการแต่งประโยคเพื่อใช้พูดและเขียน เรียนรู้วลี สำนวน และคำอื่น ๆ ที่มักจะใช้ควบคู่กับศัพท์คำนี้ เป็นต้น

การรู้เพียงแค่ความหมายของศัพท์ แต่ไม่มีประโยคตัวอย่างเก็บตุนไว้ ถึงเวลาจะใช้พูดหรือเขียนก็มักจะติดขัด คิดยังไงก็เค้นไม่ค่อยออก เพราะไม่มีตัวอย่างตุนไว้ใน database ของสมอง

เพราะฉะนั้น หากเราศึกษาประโยคเหล่านี้ไว้ให้เคยตาและเคยใจ เมื่อถึงนาทีที่เราจะต้องเอาศัพท์คำนี้ไปพูดและเขียนด้วยตัวเอง ประโยคตัวอย่างที่เราศึกษาตุนไว้นี้จะผุดขึ้นมาในสมองได้โดยอัตโนมัติ และเราจะสามารถพูดและเขียนออกไปได้เลย โดยไม่ต้องเค้นสมองมากนัก เนื่องจากมีประโยคตัวอย่างเหล่านี้เป็นแนวไว้ในสมองแล้ว

ขออวยพรให้ทุกท่านสามารถรู้ศัพท์อย่างครบวงจร คือ (1)รู้ความหมายของศัพท์เมื่ออ่านพบหรือได้ยิน และ (2)ใช้ศัพท์แต่งประโยคได้เมื่อถึงเวลาจะต้องพูดและเขียน

อย่าลืมแวะมา train ตัวเองที่เว็บที่บ่อย ๆ นะครับ: http://eedic.naver.com/

ก่อนจบ: เว็บ COBUILD dictionary นี้ ยังมีอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง เช่น
Phrasal verbs: 구동사
Idioms: 관용어
Thesaurus Index

เพิ่มเติม: เว็บแสดงประโยคตัวอย่าง เพียงพิมพ์ key word ลงไป
http://www.natcorp.ox.ac.uk/

พิพัฒน์

Monday, August 20, 2007

[272] ศึกษาภาษาอังกฤษ ฟรี & ดี ที่ Yindii.com

เขียนเพิ่ม (24 พย 50)
จะคลิกที่ลิงค์นี้ก็ได้ครับ (เมื่อเข้าไปแล้ว ให้คลิกที่ไฟล์ซึ่งลงท้ายด้วย “.htm” เพื่ออ่าน script ข่าว และฟังไฟล์ข่าว mp3
http://www.yindii.com/clubs/engmail/news/?M=D

สวัสดีครับ
หากจัดลำดับเว็บไซต์ดีที่ให้บริการสอนภาษาอังกฤษฟรี ผมเชื่อว่า http://www.yindii.com/ จะต้องอยู่ในลำดับต้น ๆ แน่นอน เอาอย่างนี้ดีกว่าครับ แค่บริการสอนภาษาอังกฤษรายสัปดาห์ก็เรียนแทบไม่ไหวแล้ว

ที่ 2 ลิงคท้ายข้อเขียนนี้ ได้รวบรวม “Learning from the News” รายสัปดาห์ ประมาณ 60 สัปดาห์ (สิงหา 49 – สิงหา 50) ที่ Yindii.com จัดเก็บไว้ให้ จากใหม่ไปหาเก่า

เมื่อคลิกดูในแต่ละสัปดาห์ จะเริ่มต้นข้อความด้วยการพูดคุยกับสมาชิก เมื่อท่านเลื่อนลงไปข้างล่างเรื่อย ๆ จะพบหัวข้อ “Learning from the News” ซึ่งมีเนื้อหาที่จัดไว้น่าเรียนมาก ถึงตอนนี้ท่าน save หน้านี้ไว้ก่อนเลยครับ (save ครั้งที่ 1)

จากตรงนี้ คือ “Learning from the News” เป็นต้นไป Yindii.com จะเรียงลำดับเนื้อหา คล้าย ๆ อย่างนี้ครับ


1) ชื่อหัวข้อข่าว:
2) Pre-listening มี Study the following vocabulary: ซึ่งมีศัพท์พร้อมคำแปลภาษาไทยให้อ่าน
3) Listen to the audio in: มีไฟล์เสียงให้คลิกฟัง (ตรงนี้ ที่บรรทัด mp3 format ผมขอแนะให้ท่านคลิกขวาที่ลิงค์บรรทัดนี้, คลิกซ้าย save target as…, และ save ไฟล์เสียง Winamp media file นี้ไว้ฟังครั้งต่อ ๆ ไป (save ครั้งที่ 2)
4) คลิกที่ Read the transcript here มีเนื้อข่าวให้อ่าน หน้านี้ท่านน่าจะ save ไว้ด้วย เพื่ออ่านประกอบกับไฟล์เสียง Winamp media file ในข้อ 3) (save ครั้งที่ 3)
5) Post-listening: มีคำถามให้ตอบ
6) Expressions
7) Read an interview with Ajarn Nongyao
8) Weekly Quiz: แบบทดสอบประจำสัปดาห์
9) Weekly Idiom and Proverb ภาษิต/สำนวนประจำสัปดาห์ 10) Weekly Word Games จัดเรียงตัวอักษรที่ให้มาให้เป็นคำที่ถูกต้อง
11) Unscramble the sentences จัดเรียงคำที่ให้มาให้เป็นประโยคที่ถูกต้อง
12) Weekly Fill in the Blanks เติมคำในประโยค

เชิญคลิกดูที่ 2 ลิงค์นี้ได้เลยครับ
http://groups.google.ro/group/English-By-Email-Club/topics?gvc=2
http://groups.google.ro/group/English-By-Email-Club/topics?start=30&sa=N

ถ้าท่านมีเวลาเหลือ ขอเชิญเข้าไปอ่านหัวข้ออื่น ๆ ของ http://www.yindii.com/ มีอีกเยอะทีเดียวครับที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาภาษาอังกฤษ ถ้าท่านต้องการสมัครเป็นสมาชิกก็ทำได้เลยครับ

พิพัฒน์
pptstn@yahoo.cojm

[271] 50 ประโยคพื้นฐานที่ใช้ในการสนทนา ที่นี่ครับ....

สวัสดีครับ
ที่ลิงค์นี้ http://esl.about.com/od/beginnerpronunciation/a/basicquestions.htm
เขารวบรวม 50 ประโยคพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดในการสนทนา ผมได้พิมพ์คำแปลเทียบลงไปด้วยแล้ว

ท่านใดต้องการฝึกการสนทนาพื้นฐาน น่าจะ print เอาไปฝึกซ้อมพูดให้คล่อง หรือถ้าเห็นว่ามีน้อง ๆ เพื่อน ๆ คนไหนที่น่าจะได้รับประโยชน์ จะ print ไปแจกเขาก็ดีนะครับ

ประโยคเหล่านี้มีโครงสร้างง่าย ๆ ท่านสามารถเอาไปปรับใช้พูดเรื่องอื่น ๆ ได้อีกมากมาย และในประโยคที่มีคำว่า etc หรือ ‘ฯลฯ’ นั้น ท่านสามารถใช้คำอื่นแทนได้ตามความเหมาะสมในสถานการณ์จริงของการสนทนา

ถ้าขณะนี้ท่านกำลังต่อเน็ตอยู่ และเครื่องคอมฯที่ท่านใช้มีลำโพงฟังเสียงได้ ท่านสามารถ copy ประโยคสนทนาภาษาอังกฤษข้างล่างนี้ ไป paste ลงที่เว็บนี้ และดับเบิ้ลคลิกที่ Say It ก็จะได้ฟังการออกเสียงด้วย
http://www.oddcast.com/home/demos/tts/tts_example.php?sitepal

ขอเชิญครับ
= = = = = = = =
Personal Information ถาม-ตอบ ข้อมูลส่วนตัว
Q 1: What's your name? คุณชื่ออะไร
A1: Peter. ปีเตอร์

Q 2: Where are you from? / Where do you come from? คุณมาจากไหน
A 2: I'm from ... I come from ... ฉันมาจาก.......

Q 3: What's your surname / family name? คุณนามสกุลอะไร
A 3: Smith. สมิธ

Q 4: What's your first name? คุณชื่ออะไร
A 4: Tom. ทอม

Q 5: What's your address? ที่อยู่ของคุณคือที่ไหน
A 5: 7865 NW Sweet Street 7865 นอร์ธเวสต์ ถนนสวีท

Q 6: Where do you live? คุณอาศัยอยู่ที่ไหน
A 6: I live in San Diego. ฉันอาศัยอยู่ที่ ซาน ดิเอโก

Q 7: What's your (tele)phone number? คุณหมายเลขโทรศัพท์อะไร
A 7: 209-786-9845

Q 8: How old are you? คุณอายุเท่าไร
A 8: Twenty-five. I'm twenty-five years old. ยี่สิบห้า. ฉันอายุ 25 ปี

Q 9: When / Where were you born? คุณเกิดเมื่อไร ที่ไหน
A 9: I was born in 1961 / Seattle. ฉันเกิดในปี ค.ศ. 1961 ที่ซีแอตเติ้ล

Q 10: Are you married? / What's your marital status? คุณแต่งงานหรือยัง / สถานภาพการสมรสของคุณเป็นอย่างไร
A 10: I'm single. ฉันยังโสด

Q 11: What do you do? / What's your job? คุณทำอาชีพอะไร
A 11: I'm a librarian. ฉันเป็นบรรณารักษ์

Q 12: Where did you go? คุณไปไหนมา
A 12: I went to a friend's house. ฉันไปบ้านเพื่อนมา

Q 13: What did you do? คุณได้ทำอะไร
A 13: We played video games. เราเล่นวีดิโอเกมส์

Q 14: Where were you? คุณอยู่ที่ไหน (ถามที่เคยอยู่ในอดีต)
A 14: I was in New York for the weekend. ฉันอยู่ในนิวยอร์กตอนสุดสัปดาห์

Q 15: Have you got a car / job / house / etc.? คุณมีรถ / งาน / บ้าน ฯลฯ หรือเปล่า
A 15 : Yes, I've got a good job. ใช่ เรามีงานที่ดีทำ

Q 16: Have you got any children / friends / books / etc.? คุณมีบุตร / เพื่อน / หนังสือ ฯลฯ บ้างไหม
A 16: Yes, I've got three children - two boys and a daughter. ใช่ เรามีบุตร 3 คน เป็น ชาย 2 คน หญิง 1 คน

Q 17: Can you play tennis / golf / football / etc.? คุณเล่นเทนนิส / กอล์ฟ / ฟุตบอล / ฯลฯ เป็นไหม
A 17: Yes, I can play golf. ใช่ ฉันเล่นกอล์ฟได้

Q 18: Can you speak English / French / Japanese / etc.? คุณพูดภาษาอังกฤษ/ ฝรั่งเศส / ญี่ปุ่น ฯลฯ ได้ไหม
A 18: No, I can't speak Japanese. ไม่ได้ ฉันพูดญี่ปุ่นไม่ได้

Q 19: Could you speak English / French / Japanese / etc.? when you were five / two / fifteen / etc. years old? คุณพูดภาษาอังกฤษ/ ฝรั่งเศส / ญี่ปุ่น ฯลฯ ได้ไหม ตอนคุณอายุ 5 / 2 / 15 / ฯลฯ ปี
A 19: Yes, I could speak English when I was five years old. ใช่ ฉันพูดภาษาอังกฤษได้เมื่ออายุ 5 ขวบ

Saying Hello พูดทักทาย
Q 20: How do you do? คุณสบายดีไหม
A 20: How do you do. Pleased to meet you. ยินดีที่เพบคุณ

Q 21: How are you? คุณสบายดีไหม
A 21: Fine, thanks. And you? สบายดี ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ

Shopping เมื่อช็อปปิ้ง
Q 22: How can I help you? / May I help you? คนขาย: จะให้ช่วยอะไรบ้าง
A 22: Yes. I'm looking for a sweater. คนซื้อ: ครับ กำลังมองหาเสื้อสเวตเตอร์สักตัว

Q 23: Can I try it on? คนซื้อ: ขอลองได้ไหม
A 23: Sure, the changing rooms are over there. คนขาย: ได้ซีครับ ห้องลองเสื้ออยู่ตรงโน้นครับ

Q 24: How much does it cost? / How much is it? คนซื้อ: ราคาเท่าไร
A 24: It's $45. คนขาย: 45 เหรียญ

Q 25: How would you like to pay? คนขาย: คุณจะจ่ายยังไงครับ
A 25: By credit card. คนซื้อ: ใช้บัตรเครดิต

Q 26: Can I pay by credit card / check / debit card? คนซื้อ: ฉันจะจ่ายโดยใช้ บัตรเครดิต / เช็ค / บัตรเดบิต ได้ไหม
A 26: Certainly. We accept all major cards. คนขาย: ได้ซีครับ เรารับบัตรเครดิตยี่ห้อใหญ่ ๆ ทุกยี่ห้อ

Q 27: Have you got something bigger / smaller / lighter / etc.? คนซื้อ: คุณมีตัว ที่ใหญ่กว่า / เล็กกว่า / เบากว่า / ฯลฯ หรือไม่
A 27: Certainly, we've got a smaller sizes as well. คนขาย: มีครับ ขนาดเล็กกว่าเราก็มี

Asking Something Specific ถามคำถามเจาะจง
Q 28:
What's that? นั่นอะไรน่ะ
A 28: It's a cat! แมว

Q 29: What time is it? เวลาเท่าไร
A 29: It's three o'clock. 3 นาฬิกา

Q 30: Can / May I open the window? ฉันขอเปิดหน้าต่างได้ไหม
A 30: Certainly. It's hot in here! ได้ซีครับ ข้างในนี่ร้อน

Q 31: Is there a bank / supermarket / pharmacy / etc. near here? มีธนาคาร / ซูเปอร์มาเก็ต / ร้านขายยา / ฯลฯ ที่อยู่ใกล้ ๆ บ้างไหม
A 31: Yes. There is a bank on the next corner next to the post office. มีครับ มีธนาคารแห่งหนึ่ง ที่มุมถนนถัดไปติดกับที่ทำการไปรษณีย์

Q 32: Where is the nearest bank / supermarket / pharmacy / etc.? ธนาคาร / ซูเปอร์มาเก็ต / ร้านขายยา / ฯลฯ ที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหนครับ
A 32: The nearest pharmacy is on 15th street. ร้านขายยาที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ถนนหมายเลข 15

Q 33: Who wrote / invented / painted / etc. the ...? ใครคือผู้ เขียน / ประดิษฐ์ / วาด ภาพ / ฯลฯ .....
A 33: Hemingway wrote "The Sun Also Rises". เฮมิงเวย์เขียนหนังสือ "The Sun Also Rises"

Q 34: Is there any water / sugar / rice / etc.? มีน้ำ / น้ำตาล / ข้าว ฯลฯ บ้างไหม
A 34: Yes, there's a lot of sugar left. มีครับ มีน้ำตาลเหลืออยู่เยอะทีเดียว

Q 35: Are there any apples / sandwiches / books / etc.? มีแอปเปิ้ล / แซนด๋วิช / หนังสือ / ฯลฯ บ้างไหม
A 35: No, there aren't any apples left. ไม่มีครับ ไม่มีแอปเปิ้ลเหลืออยู่เลย

Q 36: Is this your / his / her / etc. book / ball / house / etc.? นี่คือ หนังสือ / ลูกบอล / บ้าน / ฯลฯ ของคุณ / ของเขา / ฯลฯ ใช่ไหมครับ
A 36: No, I think it's his ball. ไม่ใช่ครับ ฉันคิดว่าเป็นลูกบอลของเขา

Q 37: Whose is this / that? สิ่งนี้ / สิ่งนั้น เป็นของใคร
A 37: It's Jack's. เป็นของแจ๊ก

Questions with 'Like' คำถามที่มีคำว่า ‘like’ (like แปลว่า ‘ชอบ’ หรือ ‘คล้าย’ หรือ ‘มีลักษณะ’)
Q 38: What do you like? คุณชอบอะไร
A 38: I like playing tennis, reading and listening to music. ฉันชอบเล่นเทนนิส, อ่านหนังสือ และฟังเพลง

Q 39: What does he look like? เขามีลักษณะเป็นยังไง
A 39: He's tall and slim. เขาสูงและผอม

Q 40: What would you like? คุณชอบอะไร
A 40: I'd like a steak and chips. ฉันชอบสเต็กและชิป

Q 41: What is it like? มันมีลักษณะเป็นอย่างไร
A 41: It's an interesting country. มันเป็นประเทศที่น่าสนใจประเทศหนึ่ง

Q 42: What's the weather like? อากาศเป็นอย่างไรบ้าง
A 42: It's raining at the moment. ตอนนี้ฝนตก

Q 43: Would you like some coffee / tea / food? คุณจะรับกาแฟ / ชา / อาหาร บ้างไหม
A 43: Yes, thank you. I'd like some coffee. ครับ ขอบคุณครับ ขอรับกาแฟแล้วกันครับ

Q 44: Would you like something to drink / eat? จะรับอะไรดื่ม / ทาน ไหมครับ
A 44: Thank you. Could I have a cup of tea? ขอบคุณครับ ขอชาสักถ้วยได้ไหมครับ

Asking for an Opinion พูดขอความคิดเห็น
Q 45: What's it about? มันเกี่ยวกับอะไร
A 45: It's about a young boy who encounters adventures. เกี่ยวกับเด็กชายคนหนึ่งซึ่งเผชิญเรื่องผจญภัย

Q 46: What do you think about your job / that book / Tim / etc.? คุณคิดยังไงเกี่ยวกับ งานของคุณ / หนังสือเล่มนั้น / ทิม / ฯลฯ
A 46: I thought the book was very interesting. ฉันคิดว่าหนังสือเล่มนั้นน่าสนใจมาก

Q 47: How big / far / difficult / easy is it? มันใหญ่ / ไกล / ยาก / ง่าย ขนาดไหน (ใช้ it = เอกพจน์)
A 47: The test was very difficult! ข้อสอบยากมาก

Q 48: How big / far / difficult / easy are they? มันใหญ่ / ไกล / ยาก / ง่าย ขนาดไหน (ใช้ they = พหูพจน์)
A 48: The questions were very easy. คำถามง่ายมาก

Q 49: How was it? มันเป็นอย่างไรบ้าง
A 49: It was very interesting. มันน่าสนใจมาก

Q 50: What are you going to do tomorrow / this evening / next week / etc.? คุณกำลังจะทำอะไรพรุ่งนี้ / เย็นนี้ / สัปดาห์หน้า / ฯลฯ
A 50: I'm going to visit some friends next weekend. ฉันจะไปเยี่ยมเพื่อนสุดสัปดาห์หน้า

Suggestions คำแนะนำ
Q 51:
What shall we do this evening? เราจะทำอะไรกันดีเย็นนี้
A 51: Let's go see a film. ไปดูหนังกันเถอะ

Q 52: Why don't we go out / play tennis / visit friends / etc. this evening? ทำไมเราไม่ออกไปข้างนอก / เล่นเทนนิส / ไปเยี่ยมเพื่อน / ฯลฯ กันเย็นนี้
A 52: Yes, that sounds like a good idea. ใช่ ฟังดูเข้าท่าทีเดียว
= = = = ==

เมื่อท่านคุ้นเคยกับ 52 ประโยคข้างต้นแล้ว ก็ลองคลิกที่นี่เพื่อทำ test:
50 basic English questions quiz.

ถ้ามีเวลาเชิญคลิกเข้าไปดูลิงค์นี้อีกครั้งนะครับ http://esl.about.com/od/beginnerpronunciation/a/basicquestions.htm
มีของดีให้ศึกษาอีกเยอะครับ


พิพัฒน์
[แจ้งลิงค์ขัดข้องได้ที่ pptstn@yahoo.com โดยคลิกที่รูปซองจดหมาย ใต้บรรทัดนี้]

Sunday, August 19, 2007

[270] การพูดเล่นกับคนต่างชาติ

สวัสดีครับ
คุณ arty ถามมาว่า “อยากทราบว่าฝรั่งเค้ามีการพูดเล่นเหมือนเราบ้างหรือเปล่า มีมุกเยอะๆๆเหมือนเราบ้างไหม มีเว็บที่อธิบายพร้อมให้ความหมายภาษาไทยด้วยไหม

ตอนที่จะเขียนตอบผมถามตัวเองว่า ‘พูดเล่น’ แปลว่าอะไรกันแน่ เมื่อเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตฯจึงได้รู้ว่าในนั้นไม่มีคำว่า ‘พูดเล่น’ มีแต่คำว่า ‘พูด’ และคำว่า ‘เล่น’ ซึ่งแปลว่า ‘ทำเพื่อสนุกหรือผ่อนอารมณ์, ทำหรือพูดอย่างไม่เอาจริง’ ถ้าเป็นอย่างนี้ ‘พูดเล่น’ ก็สามารถแปลว่า เป็นการพูดโกหกก็ได้, พูดยั่วเย้าก็ได้ เพื่อให้สนุก ส่วนจะเป็นการสนุกของทั้งคนพูดและคนฟัง หรือคนพูดสนุกฝ่ายเดียว-คนฟังไม่สนุกด้วย หรือคนพูดตั้งใจพูดเล่นเพื่อให้คนฟังสนุกและหายเครียด ก็คงจะถือว่าเป็นการ ‘พูดเล่น’ ทั้งนั้น

แล้วพูดเล่นยังไงถึงจะเรียกว่า ‘เล่น’ อาจจะมีการพูดอยู่หลายวิธี ตอนนี้ผมนึกขึ้นมาทันทีได้วิธีหนึ่งคือ การเล่นคำ หรือ ‘pun’ เล่นยังไง ที่เห็นบ่อย ๆ มี 2 วิธี คือ
1. pun ความหมายที่ 1 - antanaclasis คือคำเดียวกันมีหลายความหมาย แล้วคนก็หาความสนุกจากความหมายที่ต่างกันนี้ ภาษาไทยอาจจะเรียกว่า ‘คำสองง่ามสองแง่’ ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องลามกอย่างเดียว เช่น ประโยคนี้ครับ
- โฆษณาบุหรี่: "The long cigarette that's long on flavor.(รสชาติ)" – long ตัวแรก เป็นความยาวของระยะ เช่น "A long road", long ตัวที่สอง เป็นความยาวของเวลา เช่น "A long life"
- “The craft of a politician is to appear before the public without craft.” ศิลปะ(craft ตัวแรก) ของนักการเมืองคือการสามารถปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนอย่างคนปราศจากเล่ห์เหลี่ยม(craft ตัวที่ 2)
- , 'My girlfriend criticised my apartment, so I knocked her flat' ท่อนหลังจะแปลว่า ‘ฉันเลยไปเคาะประตูแฟลตของหล่อน’ หรือจะแปลว่า ‘ฉันเลยตีหล่อนซะนอนแผ่หงายไปเลย’ ก็ได้
2. pun ความหมายที่ 2 - polyptoton เช่น 'Seven days without laughter makes one weak'. คือออกเสียงเหมือน แต่สะกดต่าง และความหมายต่าง คือ weak=อ่อนแอ ออกเสียงเหมือนกับ week=สัปดาห์

ความหมายอื่น ๆ ของ pun หรือการเล่นคำยังมีอีกเยอะ อ่านได้จากนี้ครับ http://www.bbc.co.uk/dna/h2g2/A592643

เอาละครับ เล่ามาถึงตรงนี้แล้ว ผมอยากจะบอกว่า จากประสบการณ์ของตัวเอง ในการสนทนาพูดจากับคนต่างชาตินั้น นอกจากพบและคุยกันเป็นงานเป็นการแล้ว ยังมีอีก 2 เรื่องที่ถ้าพูดได้อย่างเหมาะสม จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี คือ
เรื่องที่ 1 ก็คือการพูดเล่นนี่แหละครับ แต่ก็ต้องทำอย่างเหมาะสมนะครับ เพราะถ้าไม่เหมาะสมก็จะกลายเป็นว่าเราสนุกฝ่ายเดียว แต่เขาไม่สนุกด้วย แต่จะอย่างไรก็ตามการอ่านเรื่องสนุก ๆ ตุนไว้ในสมอง ก็จะช่วยทำให้ง่ายขึ้นในการที่จะหาเรื่องมาพูดเล่น ผมขอแนะนำให้อ่าน 3 หัวข้อที่ผมเคยเขียนไว้ข้างล่างนี้ รับรองว่าท่านสามารถจำเอาไป ‘พูดเล่น’ ได้ไม่น้อยเลยครับ
[117] Joke ฝรั่ง... ขำ และ ‘กวนโอ๊ย’ พอ ๆกับ Joke ไทย !
[151] อ่านการ์ตูนฝรั่ง สนุก และไม่ได้ยากดังที่คิด !
[190] "เก่งอังกฤษ พิชิตความเครียด" ที่เว็บนี้ (มีภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปลภาษาไทย)

เรื่องที่ 2 ที่สามารถยกเอามาพูดคุยเพื่อสร้างสัมพันธ์ คือสิ่งที่เรียกว่า ‘small talk’ ซึ่งมีคำจำกัดความว่า ‘polite conversation about matters of little importance, especially between people who do not know each other well’- (Encarta Dictionary) ‘การสนทนาในหัวข้อเบา ๆระหว่างบุคคลที่ยังไม่รู้จักกันดีนัก’ หากใครทำได้ดีจะช่วย break the ice คือทำลายมาดทางสังคมที่คนแปลกหน้ามักจะมีตอนเจอกัน และทำให้สนิทสนมคุ้นเคยกันได้อย่างรวดเร็ว คนที่สามารถหาเรื่องมาพูดเป็น small talk ได้อย่างเหมาะสมก็มักจะประสบความสำเร็จในการพูดจา เสริมให้การเจรจาธุรกิจหรือความเมืองได้ผลดียิ่งขึ้น

แล้วถ้าถามว่า อะไรล่ะคือหัวข้อของ small talk เรื่องนี้ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปครับ เพราะขึ้นอยู่กับว่า เราพูดกับใคร ในสถานการณ์ใด แต่ถ้าพูดกว้าง ๆ ก็คงเป็นว่า เรื่องที่น่าสนใจที่อยู่ในความสนใจของคนทั่วไป เช่นข่าวคราวต่าง ๆ ที่กำลังดังเป็นพาดหัวข่าว หรือแม้เรื่องที่ไม่ได้เป็นข่าว แต่ถ้ายกขึ้นมาพูด ผู้คนก็มักจะสนใจ เรียกว่าเป็นประเด็นที่อยู่ใน public interest เท่าที่นึกออกขณะนี้ ผมเห็นว่าหนังสือ Reader’s Digest (คลิก: [79] นิตยสารที่มีคนอ่านมากที่สุดในโลก ) มีเรื่องทำนองนี้เยอะ

ส่วนเว็บข้างล่างนี้ ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ในเรื่อง small talk
- http://www.ehow.com/how_10812_make-small-talk.html
- http://esl.about.com/od/conversationlessonplans/a/lesson_smtalk.htm
- http://www.englishclub.com/speaking/small-talk_wh.htm
- http://homepages.ius.edu/Special/Shyness/smalltalk.html

พิพัฒน์ pptstn@yahoo.com

[269] วิธีค้นหาเว็บ ‘ศัพท์เฉพาะทาง–Technical Terms’

สวัสดีครับ
ผมเห็นว่า สาขาวิชาใดก็ตามจะมีศัพท์เฉพาะของตนเอง หรือ Technical Terms ซึ่งศัพท์เฉพาะนี้บางคำก็เป็นคำที่คนทั่วไปรู้จักและใช้กันทั่วไป แต่บางคำก็มีแต่เฉพาะคนวงในสาขานั้นเท่านั้นที่รู้จักและเข้าใจ

ปัญหาก็คือเมื่อเราซึ่งเป็นคนนอก(หรือเป็นคนในก็เถอะ)ต้องเข้าไปเรียนวิชาในสาขานั้น ๆ การจะรู้ศัพท์เฉพาะเหล่านี้ด้วยวิธีที่ง่าย ๆ ที่สุดก็คือเปิดดิกชันนารี

สำหรับเว็บดิกชันนารี online ที่ผมเห็นว่ามีศัพท์มากที่สุด (มีดิกใน database ถึง 937 เล่ม) ก็คือเว็บนี้ครับ http://www.onelook.com/ รองลงไปก็คือ yourdictionary.com http://www.yourdictionary.com/specialty.html#table หรือ http://www.glossarist.com/ ซึ่งแยกดิกเป็นสาขาให้ค้น
แต่ก็บ่อยครั้งครับที่คำที่ต้องการค้นไม่มีใน เว็บดิกข้างบนนี้ หรือมีแต่ก็อธิบายสั้นเกินไปไม่รู้เรื่อง (งานที่ผมทำจำเป็นต้องรู้ศัพท์หลายสาขา) แล้วเวลาติดศัพท์ขึ้นมา จะไปถามใครล่ะครับ?

หลังจากที่ค้นหาอยู่พักหนึ่ง ก็พอจะได้คำตอบแล้วครับ จึงอยากจะแบ่งปันกับท่านผู้อ่านที่อาจจะเจอปัญหาเดียวกับผม คำตอบก็ได้จากเน็ตนี่แหละครับ มี 3 แหล่งให้หาครับ

แหล่งที่ 1 ไปที่ Directory ของ Google ในหัวข้อ Dictionaries คลิกที่ By Subject
เมื่อเข้าไปแล้วให้มองหาดิกเล่มที่ท่านต้องการจากใต้หัวข้อ
1.Categories
2. Web Pages
3. ลองคลิกที่ View in alphabetical order เพื่อให้ Google ช่วยเรียงชื่อดิกตาม A B C D ….

ถ้าหา 3 ที่นี้แล้วยังหาดิกเฉพาะทางเล่มที่ท่านประสงค์ไม่พบ ให้ท่านเหลือบมองข้างบนที่ช่อง ”Search only in By Subject” แล้วพิมพ์ key word ที่ท่านคิดว่า น่าจะเป็นชื่อวิชาหลัก หรือสาขาย่อยของวิชานั้นลงในช่อง Search เพื่อค้นหาเว็บศัพท์เฉพาะทางนี้ ถ้าไม่ได้รับผลตามที่พิมพ์ค้น ลองเปลี่ยน key word เป็นคำอื่นที่คิดว่าอาจจะช่วยให้ Google หาได้ถูกทางยิ่งขึ้น

ถ้าท่านโชคดีก็อาจจะพบ เว็บที่พบอาจจะทำขึ้นเป็นเว็บดิกสาขานี้โดยเฉพาะ หรือเป็น glossary หรือ List ของคำศัพท์ที่เราจะค้นก็ได้

แหล่งที่ 2 เป็น Directory เช่นกันครับ แต่เป็นของ Yahoo และวิธีค้นก็เช่นเดียวกัน คือไปที่ Subject, CATEGORIES, SITE LISTINGS By Popularity – คลิก Next ที่ตอนล่างของหน้า , คลิกที่ Alphabetical เพื่อให้ Yahoo ช่วยเรียงชื่อดิกตาม A B C D …. สุดท้ายก็พิมพ์ key word ลงในช่อง Search เพื่อให้ Yahoo หาให้

แหล่งที่ 3: ยังมีอีก 1 วิธีในการค้นหาความหมายของศัพท์ที่ท่านต้องการ ดังนี้1. ไปที่ http://www.google.com/2. พิมพ์คำที่ท่านต้องการค้นหาความหมาย ตามแบบนี้ เช่น ท่านต้องการค้นหาความหมายของคำว่า Tsunami ก็พิมพ์ในช่อง search ของ Google ดังนี้ define:Tsunami [ อย่าลืมพิมพ์เครื่องหมาย : หลังคำว่า define นะครับ คือให้พิมพ์ define แล้วต่อด้วย : ทันที แล้วตามด้วยคำที่ท่านต้องการค้น จึงเป็น define:Tsunami ]- ให้ท่านดูผลที่ Google ค้นมาให้ ถ้าที่ลิงค์มีคำประเภท glossary, definition, vocabulary list, หรือคำอะไรเทือกนี้ ก็หมายความว่า มีเว็บบางเว็บเขาจัดคำที่ท่านค้นไว้ใน list ของคำศัพท์ เมื่อท่านคลิกที่ลิงค์นี้- นอกจากได้อ่านความหมายของคำที่ท่านค้นแล้ว ท่านอาจจะได้พบคำศัพท์อื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน อยู่ใน list นี้ เท่ากับช่วยขยาย scope ของการเรียนรู้- List ของคำศัพท์ที่เว็บนี้ อาจจะจัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้ ความหมายที่ท่านอ่าน อาจจะถูกต้องหรือละเอียดมากกว่าที่ท่านพบในดิกชันนารีทั่วไปก็ได้ ให้พิจารณาความน่าเชื่อถือของเว็บประกอบด้วย

เมื่อลองทั้ง 3 วิธีนี้แล้วก็น่าจะมีโอกาสมากขึ้นในการได้เว็บศัพท์เฉพาะทางที่ท่านต้องการ เมื่อได้แล้วทำ Favorite ไว้เลยครับ เดี๋ยวจะลืม จะได้ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาอีก

พิพัฒน์

pptstn@yahoo.com

[268]เมื่อเข้าพักโรงแรม,shopping, เช่า apartment

สวัสดีครับ
ถ้าท่านไปที่ร้านหนังสือ หลายแห่งจะมีหนังสือและ CD ประเภท “ภาษาอังกฤษสำหรับ.....” หรือพูดภาษาอังกฤษในโอกาสต่าง ๆ สำหรับอินเตอร์เน็ตก็มีเว็บที่ให้อ่านและฟังบทสนทนาประเภทนี้เช่นกัน และวันนี้ผมขอแนะนำ 3 เรื่องครับ
1.พูดภาษาอังกฤษเมื่อเข้าพักโรแรม คลิก: At a Hotel
2.พูดภาษาอังกฤษเมื่อไป shopping คลิก: Shopping
3.พูดภาษาอังกฤษเมื่อเช่า Apartment: Renting an Apartment

ถ้าท่านเป็นพนักงานโรงแรม พนักงานขาย ผู้จัดการ apartment ที่พบลูกค้าต่างชาติ หรือมีหน้าที่ต้องรับรองชาวต่างชาติ เว็บนี้มีประโยชน์ครับ แต่ถึงแม้จะไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้อง การเรียนรู้ศัพท์สำนวน พร้อมฝึกฟังฝึกพูดไว้ก็ยังมีประโยชน์อยู่นั่นเอง
แถม: จาก Google Directory Listening and Speaking
พิพัฒน์

Saturday, August 18, 2007

[267] ถ้าท่านฟังภาษาอังกฤษไม่ค่อยรู้เรื่อง !!

สวัสดีครับ
ถ้าท่านรู้สึกว่าการฟัง หรือ Listening เป็นเรื่องยากมาก – ยากมากกว่า – จนถึงยากมากที่สุด และจะจัดตั้งชมรมฟังภาษาอังกฤษยากจริง ๆ ผมขอสมัครเข้าชมรมด้วย 1 คน เพราะผมก็ไม่สามารถฟังอังกฤษได้รู้เรื่องเยอะ ๆ โดยอัตโนมัติเช่นกัน ทั้งนี้อาจจะเนื่องจาก

1. งานที่ทำในปัจจุบันก็ไม่มีโอกาสฟังภาษาอังกฤษบ่อยนัก – แต่ถ้าถึงเวลาต้องทำงานโดยการฟัง ก็ถูกคาดหมายว่าต้องฟังรู้เรื่อง
2. ไม่เคยจบเมืองนอก ที่จบเมืองไทยก็ไม่ได้เอกภาษาอังกฤษ และไม่เคยอยู่เมืองนอกนานๆ
3. ไม่มีแฟนเป็นคนต่างชาติ
4. และชาติที่แล้วก็น่าจะเกิดเป็นคนไทย

แต่ผมก็พยายามที่จะฟังให้รู้เรื่อง ผมจึงขออนุญาตเล่าประสบการณ์สู่กันฟัง ในการ train ตัวเองให้ฟังภาษาอังกฤษรู้เรื่อง เท่าที่พอจะรู้เรื่องได้ (จริงๆ แล้วผมอยากฟังประสบการณ์จากทุกท่านในเรื่องนี้มากกว่า) โดยฝึกผ่านอินเตอร์เน็ต (มีวิธีฝึก listening skill อีกมากหลายที่ไม่ได้ผ่านเน็ต)

1. เลือกเรื่องที่จะฟัง: ในฐานะที่เริ่มฝึก เรื่องที่จะฝึกฟังต้องเป็นเรื่องที่อยากฟัง/รักที่จะฟัง ไม่ยาวเกินไป ไม่ยากเกินไป ไม่ยุ่งเกินไป จนทำให้ท้อและหมดแรงซะก่อน ผมรวมลิงค์เรื่องเหล่านี้และแยกเป็นประเภทไว้ที่ท้ายข้อเขียนนี้เพื่อให้ท่านเลือก

2. ฟังอย่างมีสมาธิ:
ใน 10 – 30 นาทีที่เจียดให้สำหรับการฝึกฟังแต่ละวันนี้ ดีที่สุดคือ มีเวลาฟังมาก+มีสมาธิมาก; รองลงมาคือ มีเวลาฟังน้อย แต่ก็มีสมาธิมาก; ที่ได้ผลน้อยที่สุดคือ มีเวลาฟังน้อย และก็มีสมาธิน้อยขณะที่ฟัง

3. ทดลองใช้หูฟังดูสักนิดก็ดีนะครับ จะทำให้เราจับสำเนียงการอออกเสียงได้ดีขึ้น และก็ฝึกขยับปากพูดตามไปเลยครับ ได้ฝึกฟัง-ฝึกพูดกันจะ ๆ คลุกวงในตีเข่าฟันศอกกันอย่างนี้ มีประโยชน์มาก

4. ทำใจ: ทำใจแปลว่าอะไร? ทำใจแปลว่า ก)ไม่หงุดหงิดแม้จะไม่รู้เรื่องได้มากๆดังใจหวัง ข)ไม่ท้อถอย เพราะการฟังไม่ค่อยรู้เรื่องมิได้แปลว่า ‘ไม่ได้เรื่อง’ ตั้งกาต้มน้ำปุ๊บก็มิใช่ว่าน้ำจะเดือดปั๊บ แต่น้ำจะร้อนสะสมขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นน้ำเดือด, เช่นเดียวกันครับ listening skill ที่ค่อย ๆสะสมนี้ ถ้าไม่ยกกาน้ำออกจากเตาเสียก่อนคือต้มไปเรื่อย ๆ ถึงเวลาน้ำก็เดือดเองจนได้ - ถึงเวลาก็ต้องฟังรู้เรื่องจนได้ หลาย ๆ คนที่บ่นว่าฟังไม่ค่อยรู้เรื่องอาจจะเป็นเพราะ ‘ยกกาออกจากเตาเสียก่อน’ น้ำจึงสูญเสียความร้อนที่สะสม เหมือนกับฝึกฟังและก็หยุดไปนาน listening skill ที่ค่อยๆ สะสมจึงค่อย ๆสลาย แต่ถ้าเอาจริง น้ำเดือดได้ฉันใด ก็ฝึกฟังได้รู้เรื่องฉันนั้น

5. ฟังหลาย ๆ เที่ยว: เราอาจจะใช้วิธีฟังให้จบเที่ยวแล้วคลิกฟังเที่ยวใหม่ หรือคลิกที่ปุ่ม play, pause, play, pause…. ไปเรื่อย ๆ ก็ได้ ท่านจะประหลาดใจว่า เมื่อฟังเที่ยวหลัง ๆ ท่านจับคำได้และฟังรู้เรื่อง และก็อาจจะแปลกใจตัวเองว่า ทำไมเที่ยวแรกจึงฟังไม่รู้เรื่องทั้ง ๆ ที่มันก็ไอ้คำนั้นแหละ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะหูเราได้รับการ train จนมี skill มากขึ้น ทุกอย่างก็เป็นอย่างนี้แหละครับ ภาษิตไทยอาจจะบอกว่า ‘ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น’ ฝรั่งบอกว่า ‘Where there's a will there's a way.’แต่ถ้าเป็นโกวเล้ง เขาคงพูดว่า ‘ฟ้าไม่รานน้ำใจคนพยายาม’ แต่เอาเถอะครับ มีเครื่องช่วยให้ฟังรู้เรื่อง อยู่ ในข้อ 6)

6) อ่าน script: ท่านอาจจะฟังก่อนอ่าน – อ่านก่อนฟัง – หรือฟังไปพร้อมๆกับอ่าน ก็ทำได้ตามอัธยาศัย เลือกวิธีที่ท่านชอบที่สุดแล้วกันครับ ถ้าต้องการเปิดดิกก็ไปที่นี่ครับ: http://lexitron.nectec.or.th/index1.php

7. ทำแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจ:
ท่านอาจจะอ่านคำถามแล้วจึงคลิกฟัง หรือฟังให้จบแล้วค่อยมาอ่านคำถามเพื่อตอบ ทำยังไงก็ได้ครับที่ท่านชอบ การต้องตอบคำถามเช่นนี้อาจจะทำให้เหนื่อยมากขึ้นเป็นพิเศษ อย่าหักโหมนะครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย ผมเป็นห่วง

ต่อไปนี้ เชิญเลือกเรื่องที่ท่านต้องการฟังแยกตามประเภทได้เลยครับ
1. ฟังทีละคำ -
[11] ขึ้นบันไดทีละขั้น.. ฟังอังกฤษทีละคำ..
[15] ใช้ Talking Dict จากหน้าคอมฯ
[106] ฝึกฟังภาษาอังกฤษทีละคำ
[] พจนานุกรมแปล อังกฤษ-ไทย อ. สอ เสถบุตร
[] แปลภาษาไทย-อังกฤษ อ. สอ เสถบุตร

2. ฟังทีละวลี, ทีละประโยค –
[112] ฝึกฟังทีละประโยคสั้น ๆ พร้อมอ่าน script
[150] ไฟล์เสียงและวีดีโอฟรีสำหรับการเรียน ภ.อังกฤษ

3. ฟังข่าว –
[55] ศึกษาอังกฤษจาก Voice of America
[198] เว็บฟัง world headlines รายวัน
[232 ]เว็บข่าวในประเทศที่อ่านเป็นภาษาอังกฤษ
[264] เว็บ Train Your Ear

4. ฟังภาษาอังกฤษที่อ่านช้า ๆ –

[200] เว็บที่อ่านข่าวภาษาอังกฤษ... ช้า ๆ

5. การ์ตูน
[245] ชมการ์ตูน animation สนุก ๆ
[261] website สอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก
[230] การ์ตูน animation สำหรับหนู ๆ

6. ฟังบทสนทนา, สัมภาษณ์ –
[82] เรียน Listening 40 บท.. ฟรี!
[83] Listening Lab Online ที่ดีสุด ๆ
[89] บทเรียน ภาษาอังกฤษ รายวัน
[147] แจกไฟล์ MP3 พร้อมใช้ (conversation:ฟัง & พูด...
[249]ฟังให้คุ้นหู–พูดให้คุ้นปาก(แนะนำเว็บฝึกพูด)
คลิกฟังเพิ่มเติม: การพูด การสนทนา การออกเสียง
[205] การ์ตูนพร้อมเสียง สำเนียงเจ้าของภาษา

7. ฟังเรื่องเล่า หรือ story
[149] แจกไฟล์ mp3 และ text .. 100 เรื่องสั้น
[246] แจก video clip เรียนภาษาอังกฤษ ฟรี

8. ฟังละคร
[223] ชมวีดิโอละครสั้น ฉากประเทศออสเตรเลีย

9. ฟังเพลง –
[32] เรียนภาษา... ผ่านเพลง...
[248] เชิญฟังเพลงฝรั่งที่ท่านชอบ ที่เว็บนี้ครับ

10. ฟังวิทยุ-ดูทีวีผ่านเน็ต
[33] อ่าน นสพ.-ฟังวิทยุ-ดูทีวี ทั่วโลกจากเน็ต

11. ฟังวลี – ประโยคที่ท่านต้องการฟัง –
[43] ขอให้ฝรั่งพูดทุกอย่างตามที่ท่านบอก ที่เว็บนี้ครับ

12. ฟังและชมวีดิโอผ่านเน็ต
[54] ชม Internet Videos ฝึกภาษา
[252] เว็บชมภาพยนตร์ตัวอย่าง (หนังฝรั่ง)
[254] ดาวน์โหลด video มาดู.. ด้วยวิธีง่าย ๆ

13. ฟังเพื่อไปสอบ (ไม่มีเวลาจะฟิตฟัง) –
[64] เว็บสำหรับท่านที่จะสอบ listening พรุ่งนี้

14. ฟังหนังสือเสียง หรือ audio book
[124] ฟังหนังสือเสียง – อ่านหนังสือเล่ม ไปพร้อม ๆ ...
[128]แจก audio book เดือนละเล่ม
[228] อ่านและฟัง ‘ตำราพิชัยสงคราม’ ของ ซุนวู

15. ฟังและเขียนตามที่ได้ยิน –
[137] เขียนตามที่ได้ยิน (English Dictation Tests)
[229] ฟังและเขียนตามที่ได้ยิน (dictation)

16. ฟังภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับงานอาอาชีพ
[75] พูดภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์
[206]สำหรับท่านที่ต้อง take care ชาวต่างประเทศ
[260] ภาษาอังกฤษสำหรับบุคคลในวงการแพทย์

17. ฟังคละหลาย ๆ ลักษณะ –
[51] ฝึกฟังอังกฤษให้รู้เรื่อง
[121] ดาวน์โหลด MP3 ใส่ CD ไปเปิดฟังในรถ
[235]ดาวน์โหลดไฟล์เสียงเพื่อฝึก Listening Skill
http://ict.moph.go.th/English/content/reading.htm
[145] รวมอภิมหา ‘Link’ เพื่อการศึกษา ภ.อังกฤษ

18. ฟังธรรมะ
[80] ชมวีดิโอ 'พุทธสังเวชนียสถาน' (ภ.อังกฤษ)
[180] ชมวีดิโอพุทธประวัติ และสังเวชนียสถาน
The Life of Buddha: http://tinyurl.com/2n6en2
วีดิโอ ธรรมะ: http://tinyurl.com/3yco4q

19. Test listening skill
[88] เชิญTest ระดับ ภ. อังกฤษของตัวเองได้ที่นี่ครับ

20. รวมลิงค์ listening skills จากหัวข้อต่าง ๆ ของที่นี่ [45] เว็บฝรั่งสอนภาษาอังกฤษ.. ดีๆทั้งนั้น....
http://www.bbc.co.uk/worldservice/learningenglish/multimedia/
http://iteslj.org/links/ESL/Listening/
http://www.manythings.org/e/listening.html
http://www.englishclub.com/listening/index.htm
http://www.esl-lab.com/
http://www.eslgold.com/listening.html
http://www.englishpage.com/listening/
http://www.rong-chang.com/listen.htm
http://www.agendaweb.org/ เลือกคลิกที่คอลัมน์ขวา Listening
http://esl.about.com/od/englishlistening/English_Listening_Skills_and_ActivitiesEffective_Listening_Practice.htm
http://towerofenglish.com/listening.html

พิพัฒน์
[แจ้งลิงค์ขัดข้องได้ที่ pptstn@yahoo.com โดยคลิกที่รูปซองจดหมาย ใต้บรรทัดนี้]

[266] เว็บ Reading สำหรับเด็ก

สวัสดีครับ
ทุกครั้งที่ผมเข้าไปหาเว็บภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก ผมจะเกิดความรู้สึกทุกครั้งว่า ผู้ใหญ่ของเขาทำเว็บพวกนี้ไว้มากจริง ๆ และก็ดี ๆ ทั้งนั้น จนผมรู้สึกรักพี่เสียดายน้อง เลือกไม่ถูกว่าควรเอาเว็บไหนมาแนะนำ แต่จะแนะนำทุกเว็บก็คงไม่ได้ วันนี้จึงขอนำเว็บเกี่ยวกับ Reading สำหรับเด็กมาแนะนำสัก 1 เว็บ ที่นี่ครับ
http://www.starfall.com/ ซึ่งมีที่น่าคลิกอยู่ 4 ที่

ระดับ 1. เริ่มอ่าน ABC กันก่อน ABC's

ระดับ 2. Early Beginning Reader Learn to Read

ระดับ 3. Intermediate Beginning Reader
It's Fun to Read

ระดับ 4. Beginning Reader to Advanced I'm Reading

เขาทำเว็บให้มีความเพลิดเพลิน ดึงความรู้สึกของเด็กไว้ได้นาน ท่านผู้ปกครองที่อยากให้ลูกเก่งภาษาอังกฤษ ผมแนะนำว่า ลองเข้าไปคลิกเล่นด้วยตัวเองก่อนซีครับ มีทั้งข้อความ ภาพ และ animation ชวนให้ติดตามคลิกทั้งนั้นเลย

เว็บดีที่คล้าย ๆ กัน ถ้ามีเวลาลองเข้าไปดูก็ดีครับ:

- http://tinyurl.com/ywx9pj
- http://www.mes-english.com/topsites/
- http://www.sitesforteachers.com/index.html

พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com

Thursday, August 16, 2007

[263] ดิกอังกฤษ–ไทย-อังกฤษ ฟรี จาก 3 ฐานข้อมูล

สวัสดีครับ
มีดิกชันนารีจาก 3 ฐานข้อมูลที่ให้เราใช้ฟรี online คือ
1.จากฐานข้อมูลของ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ NECTEC
http://lexitron.nectec.or.th/index1.php

2. จากฐานข้อมูลของ ดร วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม
- อังกฤษ – ไทย: http://www.cyberdict.com/dict_english_th.php
-ไทย – อังกฤษ: http://www.cyberdict.com/dict_thai.php

3. จากฐานข้อมูลของ อาจารย์สอ เสถบุตร มีเสียงอ่านทั้งภาษาอังกฤษ และ ภาษาไทย (Talking Dictionary)
-อังกฤษ-ไทย: พจนานุกรมแปล_อังกฤษ-ไทย
-ไทย-อังกฤษ: พจนานุกรมแปลภาษาไทย-อังกฤษ

รวมดิกชันนารี อังกฤษ – ไทย & ไทย – อังกฤษ จาก 3 ฐานข้อมูล คือ NECTEC , ดร วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม และ อ. สอ เสถบุตร, ก็น่าจะพอใช้นะครับ

พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com

[262] เว็บห้องสมุดความรู้ ของ sanook.com

สวัสดีครับ
ใน ห้องสมุดความรู้ ของ sanook.com มีเรื่องราวความรู้ที่น่าสนใจให้อ่านมากมาย ลองคลิกเข้าไปดูได้เลยครับที่ ห้องสมุดความรู้

ใส่วนของ พจนานุกรม นั้นก็น่าสนใจอย่างยิ่ง คลิกดูที่ พจนานุกรม ได้เลยครับ

ที่ผมสนใจมากคือ
ดิกชันนารี อาจารย์สอ เสถบุตร มีเสียงอ่านทั้งอังกฤษ และ ไทย
-: อังกฤษ-ไทย
-: ไทย-อังกฤษ

ก่อนหน้านี้มีดิกชันนารีจาก 2 ฐานข้อมูลที่ผมใช้อยู่บ่อย ๆ คือ
-จากฐานข้อมูลของ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ NECTEC
http://lexitron.nectec.or.th/index1.php

-และจากฐานข้อมูลของ ดร วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม
- อังกฤษ – ไทย: http://www.cyberdict.com/dict_english_th.php
-ไทย – อังกฤษ: http://www.cyberdict.com/dict_thai.php

รวมดิกชันนารี อังกฤษ – ไทย & ไทย – อังกฤษ จาก 3 ฐานข้อมูล คือ อ. สอ เสถบุตร, NECTEC, และ ดร วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม ก็น่าจะพอใช้นะครับ

พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com

[261] website สอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก

สวัสดีครับ
วันนี้ผมขอเชิญท่านคลิกเข้าไปดูเว็บสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กที่ดีมากจริง ๆ คือ http://www.storyplace.org/preschool/other.asp ที่อาจารย์ขจิต ฝอยทองได้แนะนำไว้ที่ “แนะนำ website สอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก(2) …ผู้ใหญ่ก็ดูได้จ้า ...

ถ้าต้องการดูเว็บแบบเดียวกันนี้เพิ่มเติมก็คลิกที่นี่ครับ Children's Literature > Electronic

พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com

Tuesday, August 14, 2007

[260] ภาษาอังกฤษสำหรับบุคคลในวงการแพทย์

สวัสดีครับ
- เว็บนี้ http://www.englishmed.com/ มีบทเรียนและแบบฝึกหัดการใช้ภาษาอังกฤษ สำหรับแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และบุคลากรทางการแพทย์ มีทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน ไวยากรณ์ ศัพท์ แถมมีวีดิโอการ์ตูนให้ชมอีกด้วย
สำหรับแพทย์ คลิกศึกษาเพิ่มเติมที่นี่: http://tinyurl.com/yql6ma
สำหรับพยาบาล คลิกศึกษาเพิ่มเติมที่นี่: http://tinyurl.com/2e2y5u
สำหรับเภสัชกร คลิกศึกษาเพิ่มเติมที่นี่: http://tinyurl.com/267hmx
เว็บนี้ดีมากครับ ลองตระเวณคลิกดูให้ทั่ว ๆ นะครับ

- ส่วน 3 เว็บนี้เน้นเรื่องศัพท์
http://www.merriam-webster.com/ (พิมพ์ศัพท์/ติ๊ก Medical/คลิก Search)
http://ec.hku.hk/mt/
http://cancerweb.ncl.ac.uk/omd/
MedlinePlus: Medical Dictionary

- ส่วนเว็บนี้มีหัวข้อ English for Nurses and Medical Professionals ให้ศึกษา
http://www.englishclub.com/english-for-work/medical.htm

พิพัฒน์

pptstn@yahoo.com

Monday, August 13, 2007

[259]หนังสือการ์ตูนภาพสำหรับเด็ก (และผู้ใหญ่)

สวัสดีครับ
สมัยผมเป็นเด็กผมชอบอ่านหนังสือการ์ตูน คือหนังสือที่มีภาพเยอะ ๆ ตัวหนังสือน้อย ๆนั่นแหละครับ สมัยนั้นไม่มีการ์ตูนญี่ปุ่น มีแต่การ์ตูนไทยชื่อ ‘ชัยพฤกษ์การ์ตูน’ ผมเชื่อว่าการได้อ่านการ์ตูนไทยเมื่อวัยเด็ก ช่วยทำให้ผมรักการอ่านทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษในวัยต่อมา

ทุกครั้งที่มีงานสัปดาห์หนังสือ ผมเห็นมีหนังสือการ์ตูนฝรั่งมาขาย น่าอ่านมาก รูปเล่มและภาพสวยงาม แต่แพงไปหน่อย

วันนี้ผมมีเว็บหนังสือการ์ตูนมาให้ชม มีภาพสวย ๆ และคำบรรยายเรื่องแต่ละหน้าไม่กี่คำ เด็กอ่านเองก็ได้ หรือผู้ใหญ่จะอ่านพร้อมเด็กก็ยิ่งดี หรือผู้ใหญ่จะอ่านย่อยซะก่อนแล้วค่อยเอาไปอ่านสอนเด็กก็เยี่ยมเลย หรือจะ print ออกมาให้เด็กอ่านก็ได้

เว็บที่ 1: http://www.schoolexpress.com/storytime.php เมื่อคลิกแต่ละเรื่องแล้ว ให้คลิก Read Story Online อ่านไปทีละหน้า, และคลิก Download Colorbook เพื่อดาวน์โหลดและ print ทีละหน้า

เว็บที่ 2: มีให้ทั้งสำหรับเด็กเล็ก เด็กกลาง เด็กโต บางเรื่องมีเสียงด้วยhttp://www.magickeys.com/books/

เว็บที่ 3: นิทานอินเดีย เนื้อเรื่องชักยาวขึ้น แต่ ก็น่าอ่าน http://www.indiaparenting.com/stories/ อย่าลืมคลิกที่ “More” เพื่ออ่านเรื่องอื่นเพิ่มเติมนะครับ

และยังมีอีกมากมายมหาศาลที่ข้างล่างนี้ครับ
จาก Google Directory: http://www.google.com/Top/Kids_and_Teens/Arts/Online_Stories/?il=1
จาก Yahoo Directories http://search.yahoo.com/search/dir?ei=UTF-8&p=children+stories&h=c

พิพัฒน์

pptstn@yahoo.com

[258] ตอบคำถามที่ท่านผู้อ่านถามบ่อย

สวัสดีครับ
มีอยู่ 3 คำถามที่ท่านผู้อ่านถามบ่อย
“พื้นฐานอ่อน ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน?”
“ไม่มีเวลา ไม่มีเงิน ไปเรียนกับครูพิเศษ หรือโรงเรียนสอนภาษา ทำยังไงดี?”
“พยายามฟิตอังกฤษแล้ว ก็ไม่ฟื้นซะที สงสัยจะไม่มีหัวทางนี้ แต่ก็อยากจะเก่งกว่านี้ ไม่รู้จะทำยังไง?”

ก่อนที่ผมจะแสดงความเห็น ผมว่า เราต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า เราจะเรียนภาษาอังกฤษไปทำไม?
1. เรียนเพื่อให้สอบผ่าน ไม่อย่างนั้นจะไม่จบครบตามหลักสูตรของโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย
2. เรียนเพื่อใช้ในงานอาชีพ
3. เพื่อหาความรู้
4. เพื่อความเพลิดเพลิน
5. เพื่อสามารถช่วยเหลือคนอื่น
6. อื่น ๆ

คำถามถัดไปที่ต้อง “ถามใจ” ตัวเองก็คือ การที่จะทำให้สำเร็จข้อใดข้อหนึ่ง หรือหลายข้อตาม 1 – 6 ข้างต้น เมื่อพยายามไปได้สักพักหนึ่ง ท่านรู้สึก“ท้อใจ” และ ไม่อยากพยายามต่อไป, หรือว่าท่านยังคงรู้สึก “ปักใจ” และจะ พยายามต่อไป

ถ้าท่านเลือก “ปักใจ” และตามด้วย “จะพยายามต่อไป” หรืออีกนัยหนึ่งเลือกเดินบนเส้นทางของความสำเร็จ หรือ ‘อิทธิบาท’ ท่านลองทบทวนดูซีครับว่า 4 ข้อข้างล่างนี้ท่านมีครบหรือไม่:
1.ฉันทะ (บอกใจให้รักภาษาอังกฤษ):
ไม่ใจร้อน ไม่หงุดหงิด ไม่ท้อ เมื่อเรียนแล้วไม่ได้ผลดังใจ แต่มีความหวังอยู่เสมอ เหมือนพ่อแม่สอนลูกน้อยให้หัดเดิน มีความสุขเมื่อเห็นลูกเดิน ไม่ท้อไม่รำคาญเมื่อเห็นลูกล้ม และมีความหวังอยู่เสมอว่า ลูกจะค่อย ๆ เดินได้ดีมากขึ้นกว่าเดิมทุกวัน การฝึกเรียนภาษาอังกฤษก็ต้องมีความหวัง – ความรัก – ความสุข แบบนี้เช่นกัน
2. วิริยะ (บอกใจให้ใส่ใจ): ตั้งเป้าเชิงประมาณในการฝึกฝนหรือใช้งาน เช่น ฟัง/พูด/อ่าน/เขียน วันละไม่น้อยกว่า 30 นาที และก็ตั้งเป้าเชิงคุณภาพ เช่น ต้องฟัง/พูด/อ่าน/เขียน ให้เข้าใจ วันละ 1 คำ/ 1 วลี / 1 ประโยค / 1 ย่อหน้า / 1 หน้า / 1 เรื่อง ครั้งแรก ๆ อาจจะได้แต่ปริมาณ แต่เชื่อเถอะครับว่า เมื่อฝึกให้ได้ปริมาณมาก ๆ คุณภาพก็จะตามมาเอง ไม่มีปริมาณก็จะไม่มีคุณภาพ แต่ต้องเป็นปริมาณที่ทำด้วยความรัก(ฉันทะ) ตามข้อ 1 และความจดจ่อไตร่ตรอง ตามข้อ 3. และ 4. ที่กำลังจะพูดถึงนะครับ
3. จิตตะ (บอกใจให้จดจ่อ): ฝึกอ่านหรือฟังอังกฤษอย่างมีสมาธิเพียง 15 นาที อาจจะได้ผลดีมีคุณภาพมากกว่าฝึกอย่างใจลอยนาน 150 นาทีก็ได้ จากประสบการณ์ที่ผมเคยคุมสอบวิชา reading และ listen ทำให้ได้ข้อสรุปว่า ถ้าคนเราฝึกอ่านและฟังภาษาอังกฤษทุกครั้งอย่างมีสมาธิเหมือนที่เขากำลังทำข้อสอบ เขาจะเรียนภาษาอังกฤษอย่างคนมีพลังจิต จะได้ผลเร็ว เข้าใจง่าย จำง่าย และลืมยาก
4. วิมังสา (บอกใจให้ไตร่ตรอง): นอกจากเรียนด้วยใจรัก – ใส่ใจ – จดจ่อ แล้ว ยังควรมองหาช่องทางแก้ไขปรับปรุงวิธีการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ผลดีขึ้น เท่าที่จะทำได้

พอมาถึงตรงนี้ เรารู้แล้วว่า เราจะฝึกภาษาอังกฤษเพื่อให้อย่างน้อย “อ่านออก – เขียนได้” และ “ฟังออก – พูดได้” แล้วจุดที่เราจะเริ่มจริง ๆ อยู่ที่ตรงไหน? คำถามนี้ ท่านต้องตอบตัวเองครับ เพราะท่านรู้ดีกว่าคนอื่น คือว่า:
[1]. ใน 4 ทักษะ คือ ฟัง – พูด – อ่าน – เขียน นี้ ท่านจะเน้นฝึกที่ทักษะใด ก่อน – หลัง, มาก – น้อย บางท่านอาจจะต้องพูดมากหน่อย(คงรวมเรื่องฟังด้วย) บางท่านการอ่านให้รู้เรื่องจำเป็นมากที่สุด บางท่านมีงานที่ต้องเขียนซึ่งไม่ควรจะผิดเรื่องแกรมมาร์มากนัก ฯลฯ ท่านล่ะครับ จะพุ่งเป้าการฝึกเน้นเรื่องใดก่อน-หลัง มาก-น้อย เรื่องนี้ต้องหาคำตอบเอาเองครับ
[2]. พยายามให้ทุก ๆ วัน 1)มีงานที่ท่านต้องเอาภาษาอังกฤษเข้าไปใช้ หรือ 2)มีความรู้ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือในการค้น หรือ 3)มีความสุขความเพลิดเพลินที่จะได้มาโดยการ ฟัง พูด อ่าน หรือเขียนภาษาอังกฤษ ถ้าข้อ 1) หรือ 2) หรือ 3) นี้ ไม่มีแม้แต่ข้อเดียว ก็ต้องหาให้ได้ครับ ไม่เข้าถ้ำเสือก็ไม่ได้ลูกเสือ เหมือนที่เขาว่าไว้จริง ๆ

เอาละ เมื่อท่านตั้งใจแล้วว่า ท่านมีเป้าหมายในการศึกษาภาษาอังกฤษและจะไม่ท้อ จะเป็นกำลังใจให้ตัวเอง ท่านก็ start ได้เลยครับ ซึ่งคงจะมีมากมายหลายสิบหลายร้อยวิธีที่ท่านจะศึกษาภาษาอังกฤษให้ได้ผล
โดยเว็บต่าง ๆ ที่ผมเอามาแนะนำใน Blog นี้เพื่อให้ท่านศึกษาภาษาผ่านหน้าคอมฯ ก็นับเป็น 1 วิธีที่อาจจะง่าย สะดวก ไม่แพง และได้ผลดีพอสมควร

ขอเชิญท่านคลิกเข้าไปดูที่
สารบัญ แยกประเภทหัวข้อ. ซึ่งน่าจะบางหัวข้อที่อาจจะเหมาะกับท่าน เช่น . สร้างพื้นฐานภาษาอังกฤษ [] การฟัง listening [] การพูด การสนทนา การออกเสียง [] การอ่าน reading [] การเขียน writing [] ไวยากรณ์ grammar [] ศัพท์ vocabulary [] Test ภาษาอังกฤษ [] การศึกษาภาษาอังกฤษจากภาพ เป็นต้น

ขออวยพรให้ทุกท่านได้รับความสำเร็จและความสุขจากการศึกษาภาษาอังกฤษครับ

พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com

Sunday, August 12, 2007

[257] ดิกชันนารีที่น่าใช้

รวมดิกชันนารี: อังกฤษ - ไทย & ไทย - อังกฤษ:
[] Lexitron Dictionary [] http://www.itpart.net/dict/ [] http://dict.longdo.com/ [] ค้นหาคำศัพท์
[] พจนานุกรมแปล อังกฤษ-ไทย อ. สอ เสถบุตร
[] แปลภาษาไทย-อังกฤษ อ. สอ เสถบุตร
[] Word Appendix (ดู list คำศัพท์พร้อมความหมาย A ถึง Z, ก ไก่ ถึง ฮ นกฮูก)
[] http://www.pasasanook.com/dictionary แสดงอักษรตัวถัดไปเมื่อพิมพ์คำศัพท์ทั้งอังกฤษและไทย
[] Thai Dictionary Reader (อ่านคำแนะนำวิธีใช้: [251]พจนานุกรม ไทยเป็นอังกฤษ-พร้อมประโยคตัวอย่าง )
[] ศัพท์บัญญัติวิชาการ

รวมดิกชันนารี อังกฤษ - อังกฤษ
[] Oxford OALD Online
[] WordWeb Online
[] Cambridge Dictionary
[] Encarta
[]Cobuild http://eedic.naver.com/
[] Longman: http://www.ldoceonline.com/
[] http://nhd.heinle.com/Home.aspx
[] Free Dictionary, The (เป็น [219] ดิกชันนารีภาพการ์ตูน ด้วยครับ)
[] OneLook
[] http://www.websters-online-dictionary.org/
[] ดิกคำย่อ Stands4
[] Dictionary American Heritage Dictionary
[] English-Dictionary.us
[] Phrasal Verbs และ Phrasal verbs: 구동사
[] Idioms และ Idioms: 관용어
[] Thesaurus Index
[] Talking Dict:http://www.howjsay.com/

[256] ดิกชันนารีภาษา chat

สวัสดีครับ
ถ้าท่านเข้าไป chat ใน “ห้องสนทนา free English chat” คอลัมน์ซ้ายมือนี้ แล้วรู้สึกว่าพิมพ์ไม่ได้เร็วดังใจ เว็บข้างล่างนี้อาจมีประโยชน์อยู่บ้าง เพราะเขาย่อศัพท์หรือวลีให้สั้นลง ไม่ต้องเขียนเต็ม แต่นั่นหมายความว่า คนที่ท่าน chat ด้วยจะต้องเข้าใจคำย่อนี้เช่นกัน เชิญไปที่ลิงค์ข้างล่างนี้ครับ
เว็บที่ 1: จาก Answers.com http://www.answers.com/shorthand+dictionary?cat=technology

เว็บที่ 2: alphadictionary.com
(1) คำย่อ IMglish Dictionary (คลิกเลือกตัวอักษร•ABCDEFGHIJKLMNOPQRSTUVWXYZ•)
(2) สัญลักษณ์แสดงความรู้สึก
- เรียงตามอาการ, ความรู้สึก: http://www.alphadictionary.com/articles/imglish/emoticons_emot.html
- เรียงตามตัวอักษร A – Z: http://www.alphadictionary.com/articles/imglish/emoticons_defs.html

สัญลักษณ์พวกนี้ ถ้าใช้เขียน email กับคนต่างชาติ ต้องแน่ใจนะครับว่า เขาเข้าใจคำย่อหรือสัญลักษณ์เหล่านี้

พิพัฒน์
[แจ้งลิงค์ขัดข้องได้ที่ pptstn@yahoo.com โดยคลิกที่รูปซองจดหมาย ใต้บรรทัดนี้]

Saturday, August 11, 2007

[255] Tip เล็ก ๆ น้อย ๆ ในการใช้เน็ต

สวัสดีครับ
วันนี้ขอแนะนำอะไรสักนิดที่ต่างไปจากเดิม เป็นเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผมพบ หรือใช้เองอยู่บ่อย ๆ เมื่อเล่นกับคอมฯ

1. โปรแกรมขยาย font เมื่ออ่านเน็ต

ปกติถ้าจะขยาย font ผมจะทำอยู่ 2 วิธี คือ
1)ไปที่ Menu Bar, คลิก View - - Text Size - - Largest
2) ไปที่ Menu Bar, คลิก Tools - - Internet Options - - Accessibility - - คลิกให้มีเครื่องหมายถูกหน้า Ignore font styles และ Ignore font sizes
และ ไปที่ Menu Bar, คลิก Tools - - Internet Options - - Fonts - -Tahoma

แต่ถ้า 2 วิธีที่กล่าวนี้ยังทำให้ font ใหญ่ไม่สมใจ ไปดาวน์โหลดโปรแกรมขยาย font ได้ที่นี่ครับ http://iconico.com/easyRead/
เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วอ่านที่นี่ครับ http://iconico.com/easyRead/gettingStarted.aspx

2. เว็บที่ช่วยย่อ URL
บางทีเราไปพบเว็บหรือลิงค์ที่ยาว ๆ ถึงหลายสิบหรือเป็นร้อยตัว อยากจะจดไปบอกเพื่อนก็คงจดไม่ไหว เช่น หลาย ๆ เว็บที่ผมเขียนแนะนำที่นี่ เชิญท่านไปใช้บริการที่เว็บนี้ได้เลยครับ เพราะไม่ว่า URL จะยาวสักแค่ไหน เว็บนี้ย่อให้เหลือไม่กี่ตัว เว็บนี้ผมใช้บ่อยครับ
ที่นี่ครับ: http://tinyurl.com/

3. บีบอัดข้อมูลบน Windows XP โดยไม่ต้องพึ่งพา Winzip หรือ Winrar
เทคนิคนี้ผมเองก็เพิ่งรู้ พอลองใช้ดูก็รู้สึกว่า work เชิญเข้าไปอ่านได้ที่นี่ครับ
http://thaimisc.com/r/view.php?id=609&category=22

พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com



Friday, August 10, 2007

[254] ดาวน์โหลด video มาดู.. ด้วยวิธีง่าย ๆ


*****



12 กุมภาพันธ์ 2552
ขอแนะนำวิธีใหม่ที่ง่ายกว่า ที่นี่ครับ
[968] ดาวน์โหลดวีดิโอจากเน็ตโดยใช้ RealPlayer 11

* * * * *

สวัสดีครับ
ไฟล์ Video เป็นตัวช่วยที่ดีมาก ๆ ในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองทางอินเตอร์เน็ต เพราะการชม video จะให้ความรู้สึกที่มีชีวิตชีวา ไม่น่าเบื่อ
ผมเคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ครั้งหนึ่งแล้วที่นี่ [54] ชม Internet Videos ฝึกภาษา

แต่เท่าที่สังเกตดูเป็นอย่างนี้ครับ ถ้าไม่ใช้ high – speed Internet อาจจะดูได้อย่างน่ารำคาญ เพราะไฟล์ video ที่เปิดดูจะกระตุก ติด ๆ ขัด ๆ หรือหยุดนาน จนไม่อยากจะดู
ในกรณีที่ท่านยังไม่ได้ติดตั้ง high – speed Internet ผมอยากจะเสนอทางแก้ง่าย ๆ อย่างนี้

[1] ลงโปรแกรมประเภทประเภทเร่งการดาวน์โหลด หรือต่อการดาวน์หลุด เพื่อดาวน์โหลดต่อจากที่หลุดค้างไว้ เช่นโปรแกรม
- Download Accelerator เชิญคลิกเพื่อดาวน์โหลด: Download Now
แต่ถ้าอินเทอร์เน็ตของท่านความเร็วใช้ได้ หรือเป็น high speed Internet ท่านก็อาจจะไม่จำเป็นต้องพึ่งโปรแกรมประเภทนี้

[2] ไปที่เว็บที่ให้เราชม video เช่น
Yahoo Video
http://video.yahoo.com/?t=c&p=movie&e=t&fr=
http://video.yahoo.com/
http://video.yahoo.com/video/advanced?ei=UTF-8

Google Video
http://video.google.com/
http://video.google.com/videoranking
http://video.google.com/videomovers
(เสียดาย Youtube ถูกบล็อกไม่ให้ชม)

สำหรับผมเอง ผมชอบ Video Advanced Search ของ Google Search มากที่สุด
ที่นี่ครับ: http://video.google.com/videoadvancedsearch
เพราะว่า ท่านสามารถกำหนดลักษณะของ video ที่ท่านจะค้นหาได้ คือ กำหนดเรื่อง (คำค้น), ภาษา (อังกฤษ), ความยาวของ video, ราคา(ฟรี), และประเภทของ video (genre) ได้ – ถ้าเราเลือก specific genre แล้วติ๊กเลือกหัวข้อที่ต้องการอีกครั้ง ผลที่ได้รับจะตรงกับประเภทของเรื่องที่เราค้นมากยิ่งขึ้น ไม่สะเปะสะปะ

[3] เมื่อคลิกเข้าไปดูเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกฟังเรื่องนี้แหละ และคิดว่าอยากจะดาวน์โหลดเก็บเรื่องนี้ลงเครื่องคอมฯเอาไว้ฟังหลาย ๆ ครั้ง เพราะว่าเนื้อหาดี หรือว่ามีคำพากย์ภาษาอังกฤษที่สามารถเก็บไว้ฝึก Listening Skill ได้ ผมขอแนะนำให้ท่านดาวน์โหลด video เรื่องนี้ไว้ซะเลย
[4] วิธีดาวน์โหลดทำอย่างนี้ครับ
1. copy URL จากช่อง url address (คือ URL ของ video เรื่องที่ท่านกำลังเปิดชมอยู่)
2. ไปที่ http://keepvid.com/
3. Paste ข้อความจากข้อ 1. ลงในช่องใต้คำว่า “Download videos DIRECT from most video sites Copy the link of the page with the video on it and paste it here” แล้วคลิก DOWNLOAD
4. ที่แถบสีเทาใต้ลงมา ท่านจะเห็นข้อความ 3-4 บรรทัด ทำนองข้างล่างนี้
- Original link:..................
- ›› Download Link ‹‹ (.avi - High Quality)

-›› Download ‹‹ (.mp4 - High Quality)
- ›› Download Link ‹‹ (.flv - Flash Video)
ให้ท่านคลิกบรรทัดสุดท้าย คือ “Download Link ‹‹ (.flv - Flash Video)” เพื่อดาวน์โหลด ตรงนี้แหละครับที่ผมบอกว่าโปรแกรมประเภทเร่งการดาวน์โหลด หรือต่อการดาวน์หลุดมีประโยชน์ เพราะถ้าไม่อย่างนั้น บางทีเสียเวลาดาวน์โหลดตั้งนาน พอจะหลุดก็หลุดเฉยเลย ต้องมาตั้งต้นดาวน์โหลดใหม่ซึ่งก็อาจจะหลุดอีก

ผมอยากจะให้ท่านที่ไม่คุ้นเคยกับการใช้โปรแกรมประเภทนี้ เสียเวลาศึกษาวิธีใช้สักนิด ถ้าใช้เป็นแล้ว ใช้ง่ายมาก

ขณะที่ดาวน์โหลดนี้ ท่านก็ทิ้งคอม ฯไว้อย่างนั้นแหละครับ ไปทำธุระอย่างอื่นก็ได้ ไม่ต้องนั่งเฝ้าให้เสียเวลา ถ้ากลับมาพบว่าที่ดาวน์โหลดไว้มันหลุดก็คลิกที่ “Download Link ‹‹ (.flv - Flash Video)” ใหม่ โดย save ในชื่อเดิม – ที่เดิม แทนที่ไฟล์เดิมที่หลุดก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวมันจะดาวน์โหลดต่อจากที่หลุดไว้เองแหละครับ
หมายเหตุ: เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้ว ควรเปลี่ยนชื่อไฟล์เป็นภาษาอังกฤษคำเดียว(ไม่มีเว้นวรรค) และต่อด้วย .flv เช่น file1.flv เป็นต้น


หรืออีกวิธีหนึ่ง ตามข้อ 4 ข้างบน ท่านอาจจะคลิกที่บรรทัด (คลิกขวา, คลิกซ้าย Save Target As..)
- ›› Download Link ‹‹ (.avi - High Quality) หรือ -›› Download ‹‹ (.mp4 - High Quality) ก็ได้ แต่ไฟล์จะมีขนาดใหญ่สักหน่อย แต่ข้อดีก็คือท่านสามารถเปิดด้วยโปรแกรมดูหนัง-ฟังเพลงอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเปิดด้วยโปรแกรม FLV Player (อ่านต่อข้อ 5)
[5] ไฟล์ video ที่ท่านดาวน์โหลดจาก keepvid.com นี้ จะต้องเปิดชมด้วยโปรแกรมขนาดเล็ก ๆ คือโปรแกรม FLV Player (ขนาด 1.85 MB)
ซึ่งดาวน์โหลดได้จากที่นี่: http://www.applian.com/flvplayer/download_flv_player.php
[หมายเหตุ: ระหว่างขั้นตอนติดตั้งโปรแกรมนั้น โปรแกรมอาจจะทำเครื่องหมายติ๊ก ( / ) ให้เราดาวน์โหลดโปรแกรมอื่น ๆ แถมเข้าไปด้วย ให้ท่านติ๊กเพื่อเอาเครื่องหมาย / ออก เพราะโปรแกรมที่แถมเข้ามานี้เราไม่จำเป็นต้องใช้ และจะได้ไม่ต้องเสียเวลาดาวน์โหลดเพิ่ม]
[ขอนุญาตแจ้งเพิ่มเติม 21 สิงหาคม 2552: ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมานี้ อาจจะเปิดได้ทันทีด้วยโปรแกรม RealPlayer โดยไม่ต้องเพิ่มสกุล .flv , ท่านลองดูแล้วกันครับ]
[6] เมื่อท่านติดตั้งโปรแกรม FLV Player และดาวน์โหลดไฟล์ตามข้อ 4. เรียบร้อยแล้ว พอถึงเวลาจะเปิดชมก็เพียงแค่คลิกเปิดโปรแกรม FLV Player และ ลากไอคอนของไฟล์ video มาวางที่โปรแกรม FLV Player ซึ่งเปิดไว้ ก็จะได้ชม video ได้โดยไม่ต้องต่อเน็ต และจะชมได้ราบเรียบมาก ไม่ต้องหงุดหงิดกับอาการกะตุกหรือติด ๆ ขัด ๆ ของ video และจะชมกี่ครั้งก็ได้ หรือจะ burn ใส่แผ่น CD ไปฝากเพื่อน ๆ ก็ได้
ขั้นตอนที่พูดมาทั้งหมดนี้ดูเหมือนยาว-ยืด-และยุ่ง แต่ขอให้ท่านลองทำให้ได้สัก 1 ครั้งเถอะครับ คราวต่อไปก็จะเป็นเรื่องง่าย และท่านก็จะมี video ฝึกภาษาอังกฤษที่ท่านเลือกเองได้ไม่รู้จบสิ้น ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อ

ผมลองหาวีดิโอเกี่ยวกับพุทธประวัติและพุทธศาสนา ความยาวเรื่องละ 20 นาทีขึ้นไป พากย์ภาษาอังกฤษ (ประมาณ 300เรื่อง) มาให้ท่านดู ที่นี่ครับ http://tinyurl.com/3yco4q

และมีเรื่องหนึ่งที่ดีมาก เป็น video สารคดีที่สำนักข่าว BBC ได้จัดทำไว้ เรื่อง The Life of Buddha เชิญคลิกเพื่อชมขณะต่อเน็ต: ความยาว 50 นาที http://tinyurl.com/2n6en2

ส่วนถ้าท่านจะลองทำตามตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนสุดท้ายที่ผมแนะนำไว้ ลองดาวน์โหลดไฟล์ video ขนาดเล็ก ๆ เล่นดูก่อนก็น่าจะดีครับ

พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com

Wednesday, August 8, 2007

[253] ขอให้เว็บพูดภาษาไทยทุกคำตามที่ท่านพิมพ์

หมายหตุ: 31 มีนาคม 2553
สงสัยว่าลิงค์นี้จะหมดอายุแล้วครับ
http://vaja.nectec.or.th/onlinedemo/index.html

สวัสดีครับ
เมื่อปลายเดือนมกราฯ ต้นปีนี้ ผมเคยแนะนำเว็บ ๆ หนึ่ง โดยบอกไว้ว่า
คงจะดีไม่น้อยถ้าเรามีเพื่อนเป็นฝรั่งไว้คอยพูดคุยฝึกภาษาทุกวันแต่ถ้าเพื่อนที่ว่านี้หาไม่ได้ ก็ไปที่เว็บข้างล่างนี้แล้วกันครับ พอใช้แก้ขัดถูไถไปได้http://www.research.att.com/~ttsweb/tts/demo.phpที่เว็บนี้เราสามารถพิมพ์ข้อความอะไรลงไปก็ได้ แล้วคลิกให้ฝรั่งยนต์พูดเสียงอาจจะไม่เป็นธรรมชาติเหมือนคนเป็นๆ แต่ก็พอใช้ได้ครับคือช่วยให้เราฝึกฟังข้อความที่เราอยากจะฟังและถ้าเราพูดตาม ก็ได้ฝึกพูดข้อความที่เราอยากจะพูด”
ผมแนะนำไว้ที่หัวข้อนี้ครับ: [43] ขอให้ฝรั่งพูดทุกอย่างตามที่ท่านบอก ที่เว็บนี้ครับ

สำหรับวันนี้ ผมมีเว็บที่คล้าย ๆ กัน แต่เป็นภาษาไทย ผมเลยได้ไอเดียว่า ตอนที่เราส่งอีเมลไปให้เพื่อน เพื่อแก้ความจำเจ แทนที่จะเขียนไปให้เพื่อนอ่าน ก็อาจจะส่งเป็นเสียงไปให้เพื่อนคลิกฟังเล่น ๆ ท่านลองฟังเสียงที่เว็บนี้อ่านดูนะครับ แม้ว่าบางคำอาจจะอ่านตลก ๆ แต่ก็ได้ใจความครับ

ลองอ่านข่าวนี้นะครับ
“ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้พรรคชาติไทยได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค โดยมี นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม”
แล้วคลิกที่นี่เพื่อฟังเสียงที่เว็บอ่าน:
http://vaja.nectec.or.th/onlinedemo/result/2007882293717796988B.wav

ผมลองเอากลอนหวาน ๆ ของสุนทรภู่มาให้เว็บนี้อ่าน

ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร
ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน
ถึงอยู่ในใต้ฟ้าสุธาธาร
ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา

แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ
พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา
แม่เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา
เชยผกาโกสุมประทุมทอง

เจ้าเป็นถ้ำอำไพขอให้พี่
เป็นราชสีห์สมสู่เป็นคู่สอง
จะติดตามทรามสงวนนวลละออง
เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป

คราวนี้ลองคลิกฟังดูซีครับ:
บทที่ 1: http://vaja.nectec.or.th/onlinedemo/result/20078822164917835992B.wav
บทที่ 2: http://vaja.nectec.or.th/onlinedemo/result/20078822173917840209D.wav
บทที่ 3: http://vaja.nectec.or.th/onlinedemo/result/20078822182817848870D.wav

และกลอน “เสียเจ้า” ของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์
เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง มุ่งปรารถนาอะไรในหล้า
มิหวังกระทั่งฟากฟ้า ซบหน้าติดดินกินทราย

จะเจ็บจำไปถึงปรโลก ฤารอยโศกรู้ร้างจางหาย
จะเกิดกี่ฟ้ามาตรมตาย อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ

ถ้าเจ้าอุบัติบนสวรรค์ ข้าขอลงโลกันตร์หม่นไหม้
สูเป็นไฟเราเป็นไม้ ให้ทำลายสิ้นถึงวิญญาณ

แม้แต่ธุลีมิอาลัย ลืมเจ้าไซร้ชั่วกัลปาวสาน
ถ้าชาติไหนเกิดไปพบพาน จะทรมานควักทิ้งทั้งแก้วตา

ตายไปอยู่ใต้รอยเท้า ให้เจ้าเหยียบเล่นเหมือนเส้นหญ้า
เพื่อจดจำพิษช้ำนานา ไปชั่วฟ้าชั่วดินสิ้นเอย

คราวนี้เชิญคลิกฟังครับ
บทที่ 1: http://vaja.nectec.or.th/onlinedemo/result/20078822191217853320H.wav
บทที่ 2: http://vaja.nectec.or.th/onlinedemo/result/20078822194717858755B.wav
บทที่ 3: http://vaja.nectec.or.th/onlinedemo/result/2007882220251786384C.wav
บทที่ 4: http://vaja.nectec.or.th/onlinedemo/result/2007882221017871738J.wav
บทที่ 5: http://vaja.nectec.or.th/onlinedemo/result/20078822214017876561J.wav

ถ้าท่านชักจะสนุกแล้ว เชิญเข้าไปใช้บริการที่เว็บนี้ได้เลยครับ
http://vaja.nectec.or.th/onlinedemo/index.html
เมื่อเข้าไปแล้ว
1. พิมพ์ หรือ copy-paste ข้อความลงไปไม่เกิน 150 ตัวอักษร
2. คลิก submit
3.คลิก Wave file เพื่อฟัง
4. copy URL เอาไปเป็นลิงค์ส่งให้เพื่อน

พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com

Tuesday, August 7, 2007

[252] เว็บชมภาพยนตร์ตัวอย่าง (หนังฝรั่ง)

14 มีนาคม 2554
ขอขอบคุณท่านผู้อ่านที่ช่วยแนะนำลิงค์นี้ ซึ่งมี subtitle ภาษาไทย
เชิญท่านผู้อ่านเข้าไปดูได้เลยครับ
http://www.thaisubtitle.com/forum/index.php
* * * * * * * * * 

สวัสดีครับ
ผมมีความรู้สึกว่า ในการศึกษาภาษาอังกฤษ ถ้าจะให้คุ้มค่าต้องได้ 2 อย่างพร้อม ๆ กัน คือ 1)สาระ และ 2)สำราญ ถ้าเอาสาระอย่างเดียวคงเครียดแย่ แต่ถ้าเอาแต่สำราญอย่างเดียวคงจะนิ่มไปหน่อย ถ้าจะให้ดีน่าจะเอาให้ได้ทั้ง 2 อย่าง แต่อย่างไหนมาก อย่างไหนน้อย ก็ต้องว่ากันไปตามแต่ละคน

การดูหนัง(ฝรั่ง) – ฟังเพลง(ฝรั่ง) น่าจะเป็นวิธีหนึ่งที่ได้ทั้งสาระและความสำราญในการศึกษาภาษาอังกฤษ วันก่อนผมแนะนำเรื่อง “ [248] เชิญฟังเพลงฝรั่งที่ท่านชอบ ที่เว็บนี้ครับ ” ไปแล้ว วันนี้ผมขอเอาภาพยนต์ฝรั่ง (หนังตัวอย่าง ดูฟรี ทางเว็บ) มาแนะนำบ้าง ขอเชิญครับ

XXX ชมภาพยนตร์ตัวอย่าง (หนังฝรั่ง)
1. movieweb.com

http://www.movieweb.com/
http://www.movieweb.com/videos/

2. myspacetv.com
http://www.myspacetv.com/

3. Yahoo Video
http://video.yahoo.com/?t=c&p=movie&e=t&fr=
http://video.yahoo.com/
http://video.yahoo.com/video/advanced?ei=UTF-8

4. Google Video
http://video.google.com/
http://video.google.com/videoadvancedsearch

สำหรับน้อง ๆ ที่ยังเรียนหนังสืออยู่ อย่าลืมนะครับว่า นอกจากชมเพื่อความสำราญแล้ว ยังต้องชมเพื่อสาระด้วย คือถ้าชมแล้วไม่เข้าใจสำนวนภาษาที่พูดในเรื่อง อาจจะต้องฝึกฟังซ้ำหลาย ๆ เที่ยวเพื่อจับใจความให้ได้จากสิ่งที่ฟัง ไม่ใช่เดาเนื้อเรื่องเอาเอง แล้วทึกทักเอาเองว่าเราเข้าใจเพราะฟังออก ทั้ง ๆ ที่ยังฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง

XXX อ่านนิตยสารภาพยนตร์ตัวอย่าง (หนังฝรั่ง)
อ่านฉบับปัจจุบัน: http://www.preview-online.com/
อ่านฉบับย้อนหลัง : http://www.preview-online.com/back_issues.html
พิมพ์เพื่อค้นหาเรื่องในช่อง Search Query: http://www.preview-online.com/2007

พิพัฒน์
[แจ้งลิงค์ขัดข้องได้ที่ pptstn@yahoo.com โดยคลิกที่รูปซองจดหมาย ใต้บรรทัดนี้]